Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!

กระซิบเคล็ดลับขจัดปัญหาผิวข้อศอกดำด้าน

ปัญหาข้อศอก ตาตุ่ม หรือหัวเข่าดำ แห้งกร้าน ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติเลยก็ได้ว่า ซึ่งหนุ่ม ๆ หรือสาว ๆ ทุกคนคงไม่อยากให้ปัญหานี้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ด้วยพฤติกรรมหรือการกระทำต่าง ๆ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น การนั่งเรียน นั่งทำงาน นั่งขัดสมาธิ หรือแม้แต่การนั่งพับเพียบก็จะทำให้จุดต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับพื้นโดยตรงเกิดการเสียดสี และนำไปสู่การดำด้านได้เช่นกัน

แต่หากเราไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาได้ ฉะนั้น เราก็ควรมีเทคนิคเคล็ดลับต่าง ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหานี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เอมิลี่จะมากระซิบต่อเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวที่ดำด้านให้กลับมานุ่ม และกระจ่างใสดังเดิม ที่สำคัญงบไม่แรงแถมยังทำเองได้ที่บ้านด้วยน้า

มะนาว

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • มะนาวลูกกลม ๆ สีเขียว ๆ นี่แหละค่ะที่สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ของคุณได้ ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำมะนาวหั่นครึ่งมาถูที่บริเวณที่ต้องการ จากนั้นทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาที แล้วนำผ้าขนหนูแช่น้ำร้อนมาถูวนเบา ๆ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วจ้า

มันฝรั่ง

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • เนื่องจากในมันฝรั่งจะมาสารฟอกขาวตามธรรมชาติ ฉะนั้น จึงเหมาะมากสำหรับการนำมาขัดที่บริเวณดำด้าน วิธีทำนำมันฝรั่งมาสไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นจะนำมาขัดหรือคั้นเอาเฉพาะน้ำก็ได้เช่นกัน เมื่อทำเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้รอจนกว่าจะแห้ง เมื่อแห้งได้ที่ก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำรับรองว่าใสขึ้นแน่นอน

น้ำมันมะพร้าว + น้ำมะนาว

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • หากอยากให้ผิวบริเวณนั้นกระจ่างใสและนุ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กัน แนะนำให้ผสมน้ำมันมะพร้าวและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาบริเวณที่ต้องการ เมื่อขัดเสร็จแล้วให้นำผ้าชุบน้ำอุ่นมาขัดซ้ำอีกรอบ รอบรองว่าดี๊ดีแน่นอน

ผงข้าวโอ๊ต + นมสด

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • วิธีนี้เพียงแค่นำผงข้าวโอ๊ต 2 ช้อนชา มามิกซ์ให้เข้ากันกับนมสด 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นก็ถูบริเวณที่ต้องการเป็นวงกลม ถูวนไปเรื่อย ๆ จนครบ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น เท่านี้ผิวก็จะใสขึ้นและเนียนนุ่มขึ้นแล้ว

วาสลีน

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • สำหรับตัวนี้ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นอยู่แล้ว สำหรับวิธีการทำคือโบกเลยจ่ะแม่ โบกวาสลีนลงตามบริเวณหัวเข่า ตาตุ่ม และข้อศอก จากนั้นหาผ้าสะอาดหรือแร็ปพลาสติกมาพันเอาไว้ จากนั้นนอนหลับทิ้งข้ามคืนไปโลด ตื่นขึ้นมาเหมือนได้ผิวข้อศอกใหม่เลยล่ะคุณ

ทั้งหมดนี้เป็นทริคดี ๆ ที่ช่วยให้ผิวบริเวณข้อศอก ตาตุ่ม หัวเข่า และส่วนที่ดำด้านขาวกระจ่างใส และนุ่มขึ้นได้ ที่สำคัญจะต้องหมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองว่าผลลัพธ์มันดี๊ดีในราคาที่ถูกแถมไม่ต้องเจ็บตัวด้วยจ้า

ข้อมูลจาก : wongnai

Categories
เครื่องสำอาง

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง

ปัญหาผิวแบบนี้ใช้คอนซีลเลอร์แบบไหนดีนะ ?

ซึ่งจากบทความที่แล้วเอมิลี่ได้นำเสนอ How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด! กันไปแล้ว วันนี้เอมิลี่ก็มาทำตามสัญญาที่ไว้ให้กับทุกคน ด้วยการรวบรวมคอนซีลเลอร์ถูกและดี ซึ่งไม่ว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์อะไรสิ่งแรกที่คุณต้องคำนึงถึงคือ ‘สภาพผิว’ ซึ่งสภาพผิวของแต่ละคนมักมีความแตกต่างกัน ฉะนั้น ก่อนจะไปดูสินค้าแนะนำเรามาทำความรู้จักกับสภาพผิวกันก่อนเลย

มีรอยสิวและรอยแผลเป็นจากสิว : ควรเลือกคอนซีลเลอร์โทนสีเบจและสีเหลือง ที่สำคัญต้องเลือกโทนสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวของคุณมากที่สุด

มีกระและจุดด่างดำ : ควรเลือกคอนซีลเลอร์สีที่เข้มกว่าผิวจริง 1 ระดับ เพราะหากใช้สีสว่างก็จะยิ่งเน้นรอยดำให้ชัดยิ่งขึ้น

ผิวใต้ตาหมองคล้ำ : ควรเลือกใช้เป็นคอนซีลเลอร์ชนิดเหลวในกลุ่มสีเหลืองหรือสีชมพู ที่สำคัญต้องเลือกแบบที่เนื้อไม่หนัก เพราะมันจะทิ้งรอยคราบไว้บนใบหน้าของสาว ๆ ได้

แนะนำคอนซีลเลอร์ถูกและดี

L’OREAL PARIS TRUE MATCH CONCEALER

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • สำหรับคอนซีลเลอร์ตัวแรกมีให้เลือกทั้งหมด 6 เฉดสี เป็นเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ช่วยปรับสีผิว ที่สำคัญยังปกปิดร่องรอยต่าง ๆ บนใบหน้าได้นานถึง 18 ชั่วโมเลยนะจ๊ะ และใครที่กังวลว่าเอ๊ะหน้าฉันจะดูดรอป หรือแห้งกร้านไม่ บอกเลยยว่าไม่ค่ะ เพราะตัวนี้มาพร้อมกับการรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้า ค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 300 บาทเท่านั้น เริส ๆ

REVLON PhotoReady Concealer SPF20

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • หลายคนอาจจะคุ้นเคยรองพื้นฝาดำในตำนานที่ช่วยในเรื่องของการปกปิดที่ยาวนาน คราวนี้นางมาในรูปแบบของคอนซีลเลอร์แบบแท่ง ที่บอกเลยว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการปกปิดที่เนียนกริ๊บ ฉะนั้น น้องตัวนี้เนื้อเลยค่อนข้างหนัก แห้งนิด ๆ แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความปังอยู่ดี ราคาอยู่ที่ 325 บาทค่ะ

Maybelline New York Instant Age Rewind Eraser Dark Circle Treatment Concealer

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • รุ่นนี้บล็อกเกอร์หลายคนเคลมเลยค่ะว่าดีจริงไม่จกตา มีส่วนผสมของโกจิเบอร์รี่ และ Haloxyl ที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ทั้งยังช่วยเบลอริ้วรอยให้จางลงอีกด้วย เนื้อเหลว เกลี่ยง่าย ปกปิดดีเยี่ยม เอาเป็นว่าดีมากจริง ๆ ค่ะ ราคา 399 บาท

L.A. Girl HD PRO Conceal High-definition Concealer

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • คอนซีลเลอร์ราคาประหยัดสัญชาติอเมริกัน ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่สำคัญมีให้เลือกใช้หลายเฉดสีมาก ทำให้สาว ๆ ไม่ว่าจะผิวขาว ผิวเหลือง หรือผิวสองสีก็ใช้ได้หมด นอกจากนี้ยังใช้เป็นคอนทัวร์เก็บกรอบหน้าได้อีกด้วย คุณสมบัติเริสขนาดนี้ราคาเบา ๆ แค่ 295 บาทเท่านั้นแม่

CATRICE CAMOUFLAGE CREAM

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • มาถึงคิวแบบครีมกันบ้างสำหรับรุ่นนี้แม้ว่าจะไม่มีเฉดสีให้เลือกมากนัก แต่ในเรื่องของความแน่น ความติดทน และการปกปิดต้องยกนิ้วโป้งให้นางจริง ๆ ค่ะ ที่สำคัญยังเป็นเนื้อครีมที่เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ และยังกันน้ำกันเหงื่อได้ดีสุด ๆ อีกด้วย ราคาอยู่ที่ 165 บาทเท่านั้น

เอาล่ะค่ะทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 คอนซีลเลอร์สุดปังที่เรานำมาฝากทั้งถูกและดีจริง ๆ ค่ะทุกคน รอบหน้าเอมิลี่จะมีอะไรมาฝากอีกอย่าลืมติดตามกันด้วยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : mybest

Categories
เครื่องสำอาง

How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด!

เลือกคอนซีลเลอร์ยังไงให้เหมาะกับการปกปิด ?

ในปัจจุบันนี้มีมลภาวะมากมายทั้งควันรถ อากาศ ฝุ่นร้ายต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็มักนำมาสู่ปัญหาผิวที่แก้ไม่หาย ทั้งรอยสิว รอยดำ และหน้าหมองคล้ำ ฉะนั้นสาว ๆ ห้ามยอมให้ปัญหาเหล่านี้เข้ามาทำลายความมั่นใจของเราได้ เราต้องลุกขึ้นสู้กับมันด้วยการเลือกเครื่องสำอางแบบเริ่ด ๆ ปกปิดพวกมันให้มิดชิด

ซึ่งตอนนี้บอกเลยว่าแค่รองพื้นก็เอาไม่อยู่ ดังนั้นคงต้องอาศัยช่วยตัวในการปกปิดดี ๆ อย่าง คอนซีลเลอร์ ซึ่งไอเทมตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะทำหน้าที่ปกปิดรอยคล้ำใต้ตา รอยไฝ รอยสิว รอยดำ รวมไปถึงรอยไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ บนใบหน้า เพื่อให้สาว ๆ ได้ออกไปเฉิดฉายได้อย่างมั่นใจ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้กกับคอนซีลเลอร์ที่รักกันเลย

How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด!

คอนซีลเลอร์มีกี่ประเภท ?

คอนซีลเลอร์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันค่ะ ซึ่งการเลือกใช้คอลซีลเลอร์ก็ขึ้นอยู่กับร่องรอยหรือบริเวณที่คุณรู้สึกกังวลจนอยากจะปกปิด

คอลซีลเลอร์แบบแท่ง (Stick Concealer)

  • สำหรับคอลซีลเลอร์ประเภทนี้จะมาในรูปแบบของแท่ง พกพาสะดวก ใช้งานง่าย มีคุณสมบัติในการปกปิดรอยช้ำ ไฝ รวมไปถึงรอยแดงต่าง ๆ แต่ข้อเสียของคอนซีลเลอร์ประเภทนี้คือเนื้อของนางค่อนข้างจะหนัก ฉะนั้น ใครคิดจะใช้คอลซีลเลอร์ประเภทนี้ต้องมั่นใจในการแต่งหน้าระดับหนึ่ง ที่สำคัญเบามือด้วยน้า

คอนซีลเลอร์แบบเหลว (Liquid Concealer)

  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวมีปัญหาเป็นวงกว้าง เนื่องจากเนื้อจะมีความเหลวลื่น จึงทำให้เกลี่ยง่ายไม่ทิ้งคราบ แนะนำสำหรับคนที่เป็นฝ้า รอยแดง รวมไปถึงจุดด่างดำต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั้งใบหน้า แต่ข้อเสียคือไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากปกปิดแบบเนียบกริ๊บนะ เพราะเนื้อของนางค่อนข้างเบาจ้า
How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด!

คอนซีลเลอร์แบบดินสอ (Pencil Concealer)

  • เหมาะสำหรับการปกปิดรอยเล็ก ๆ เฉพาะจุดบนใบหน้า หรือรอยต่าง ๆ ที่สามารถใช้เขียนได้โดยตรง ข้อดีคือใช้ง่าย ไม่ต้องใช้มือเกลี่ยให้เลอะเทอะ แต่ข้อจำกัดคือไม่เหมาะสำหรับผิวบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบดวงตา รอยแผลเป็นหรือรอบสิว (ที่ยังไม่แห้ง) เพราะอาจจะก่อให้เกิดความระคายเคืองได้

คอลซีนเลอร์แบบครีม (Cream Concealer)

  • คอนซีลเลอร์ประเภทนี้คือการนำข้อดีของคอนซีลเลอร์แบบแท่งและแบบเหลวมารวมกัน ซึ่งจะให้การปกปิดที่สูง แถมยังมีความเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญยังใช้งานง่าย จะทาเป็นจุดเล็ก ๆ หรือจะทาเป็นวงกว้างบอกเลยว่าเริ่ดปังปุริเย่!! แต่ข้อเสียก็คือคอนซีลเลอร์ประเภทนี้ต้องอาศัยแปรงปัดนะจ๊ะ ถึงจะทำออกมาได้อย่างมีคุณภาพ

เอาล่ะค่ะ รู้จักกับคอนซีลเลอร์แต่ละประเภทไปแล้ว ทีนี้สาว ๆ ก็สามารถเลือกใช้คอนซีลเลอร์ได้ตรงตามความต้องการ แต่แอบกระซิบหน่อยว่าหากไม่อยากให้หน้าเป็นคราบ หรือเกิดอาการแพ้ควรเลือกซื้อยี่ห้อดี ๆ ที่ผ่านการรับรองจะดีกว่า ไว้มีโอกาสเอมิลี่จะมาบอกต่อ คอนซีนเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง นะคะ รอติดตามกันได้เลย

ข้อมูลดี ๆ จาก : mybest

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!

เคล็ดลับมือนุ่มจนหนุ่ม ๆ อยากสัมผัส

ไม่ว่าเราจะทำอะไรจะยกของ หยิบของ เขียนหนังสือ ก็ต้องอาศัยอวัยวะสำคัญที่เรียกว่า ‘มือ’ กันอย่างแน่นอน ซึ่งมือนับได้ว่าเป็นอวัยวะที่เราใช้งานแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้ ฉะนั้นแล้วเราก็ควรจะบำรุงมือ ทำสครับ รวมไปถึงหมั่นทาครีมที่มือเป็นประจำ และต้องใส่ใจมือน้อย ๆ ของเรา พอ ๆ กับผิวหน้าและผิวกายเลย ที่สำคัญหากเราไม่หมั่นบำรุงผิวบริเวณมือในตอนนี้ ในอนาคตหากอายุเริ่มเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นบนมือก็จะเริ่มเห็นชัดขึ้นด้วยเช่นกัน

เพราะฉะนั้น เอมิลี่คนนี้ไม่อยากให้ทุกคนไปกังวลใจกันตอนแก่ วันนี้เอมิลี่เลยได้รวบรวมเคล็ดไม่ลับในการดูแลผิวมือให้เรียบเนียนและไม่หยาบกร้านมาฝากทุกคนกัน รับรองว่าทำตามง่ายแถมยังไม่เจ็บตัวอีกด้วยค่า

หมั่นทาแฮนด์ครีม

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • ตัวเลือกแฮนด์ครีมบอกเลยว่ามีมากมายเลยค่ะซิส ซึ่งครีมสำหรับมือส่วนใหญ่ก็จะมีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผิวบริเวณมือของเราเนียนนุ่ม ทั้งยังช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นได้ดีอีกด้วย ซึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้มือของเราได้รับการบำรุงอยู่ตลอดเวลา คือควรพกแฮนด์ครีมไปด้วยทุกที่ จากนั้นก็หยิบมาทาบ่อย ๆ เพียงเท่านี้เจ้าแฮนด์ครีมก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า แล้วฟื้นฟูผิวนุ่ม ๆ ให้กลับมาสู่เราแล้วค่ะ

น้ำซาวข้าวช่วยได้

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส! : www.tnews.co.th
  • กิจวัตรประจำนานาประการที่เป็นสาเหตุของมือที่เหี่ยวย่น เช่น การซักผ้า การล้างจาน การล้างห้องน้ำ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องสัมผัสกับน้ำยา ฉะนั้นแล้วควรจะดีท๊อกผิวมือด้วยการนำมือแช่ลงในน้ำซาวข้าวเป็นประจำ จากนั้นก็โปะแฮนด์ครีมซ้ำ เพียงเท่านี้มือของเราก็จะได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกแล้วค่ะ

สครับผิวมือเป็นประจำ

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส! : www.healthandtrend.com
  • ไม่เพียงแค่ผิวหน้าหรือผิวกายเท่านั้นที่คุณควรหมั่นสครับ แต่ผิวบริเวณมือก็ควรได้รับการสครับด้วยเช่นเดียวกัน วิธีการสครับผิวมือก็อาจจะใช้สูตรเดียวกับการสครับผิวเลยก็ได้ เช่น เกลือธรรมชาติ มะขาม ขมิ้น น้ำผึ้ง ว่านหางจระเข้ และอื่น ๆ ที่เป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับมือให้แห้ง แล้วปิดท้ายด้วยแฮนด์ครีมเหมือนเดิม

ห้ามกัดเล็บเด็ดขาด

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • เล็บเป็นส่วนประกอบสำคัญของมือ ฉะนั้นแล้วการที่เล็บของเราไม่สวยก็จะส่งผลทำให้มือของเราไม่น่ามองไปด้วย ที่สำคัญในเล็บยังเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคอีกด้วย ใครที่ติดนิสัยชอบกัดเล็บอยู่ต้องทำใจเลิกเดี๋ยวนี้เลยนะคะ

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ฉะนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และสำหรับอาหารที่ช่วยในการบำรุงมือและเล็บโดยตรงก็มีจำพวกโปรตีน วิตามินเอ วิตามินอี แคลเซียม และแร่ธาตุสังกะสีที่อยู่ในเมล็ดพืชต่าง ๆ อาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้นี่แหละค่ะที่จะช่วยดึงความเนียมนุ่มของมือให้กลับมา

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 5 ทริคดี ๆ ที่ช่วยให้คุณมีผิวมือที่เรียบเนียนและน่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น ใครที่อยากมีมือนุ่ม ๆ ไปอวดชาวโลกล่ะก็อย่าลืมทำตามเคล็ดไม่ลับเหล่านี้นะจ๊ะ

ข้อมูลดี ๆ จาก : akerufeed

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เตรียมโบกมือลาปากคล้ำ ด้วย 5 สูตรสครับปากสุดปัง!

สูตรสครับปากฉบับ DIY ราคาประหยัด!

เอาล่ะค่ะกลับมาพบกับเอมิลี่คนดีคนเดิม และแน่นอนเลยว่าเริ่มต้นพ.ศ.ใหม่ เอมิลี่คนนี้ก็ต้องมีอะไรใหม่ ๆ มาฝากทุกคนอีกเช่นเคย วันนี้เรามีอีกหนึ่งปัญหากวนใจของสาว ๆ นั่นก็คือ ‘สีปากคล้ำ’ ซึ่งต้นตอของการเกิดสีปากที่คล้ำก็มักมีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งในเรื่องของแสงแดด การสูบบุหรี่ กรรมพันธุ์ หรือคนที่เลือกใช้ลิปสติกที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่มีสารบำรุงที่ช่วยปากชุ่มชื้นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปากของสาว ๆ คล้ำได้ 

แต่สำหรับใครที่คิดว่าปัญหาปากคล้ำไม่ใช่ปัญหาใหญ่ล่ะก็ บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ ซึ่งสีปากที่คล้ำนอกจากจะทำให้เลือกลิปสติกยากแล้ว คนที่มีปากคล้ำ ไม่ชุ่มชื้น ยังทำให้ดูหน้าโทรมและดูแก่กว่าวัยอีกด้วยนะ

ใครที่อยากจัดการกับปัญหากวนใจเหล่านี้ แต่ก็ไม่อยากไปฝังสีที่ริมฝีปากให้เปลืองเงิน แถมยังเจ็บตัวมาก ๆ วันนี้เอมิลี่มีวิธีสครับปากด้วยสูตรธรรมชาติมาฝากทุกคนกัน รับรองว่าไม่เจ็บตัว ไม่เจ็บใจ และไม่กระทบเงินในกระเป๋าแน่นอนจ้า

5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.google.com

ผงกาแฟ + น้ำตาลทราย + วาสลีน

ใช้ผงกาแฟประมาณ ¼ ช้อนชา น้ำตาล 1-2 ช้อนชา และวาสลีน (ใส่พอให้เนื้อเหนียวข้น) สูตรนี้นอกจากจะช่วยให้ริมฝีปากนุ่ม ชุ่มชื้น และสุขภาพดีขึ้นแล้ว คุณยังจะได้กลิ่นหอม ๆ จากกาแฟแบบชื้นใจ ๆ อีกด้วยนะ แต่หากใครที่หาผงกาแฟไม่ได้ ใช้เป็นผงโกโก้แทนก็ได้นะจ๊ะ

5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.today.line.me

น้ำตาล + น้ำมะนาว

  • วิธีนี้บอกเลยว่าง่ายสุด ๆ เพียงแค่เอาน้ำตาลทรายสัก 1 ช้อนชา และบีบมะนาวเพิ่มอีก 1 ซีก คนให้เข้ากันจากนั้นนำมาขัด ๆ ถู ๆ ที่ริมฝีปากแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จแล้วจ้า
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.chillpainai.com

เกลือ + น้ำผึ้ง

  • สูตรนี้คุณสามารถกะปริมาณได้ตามความพึงพอใจ แต่อย่าให้เนื้อเหลวเป็นน้ำจนเกินไปนะ ซึ่งสูตรนี้นอกจากจะเป็นของหาง่ายแล้ว ยังเป็นสูตรที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ๆ และเติมความชุ่มชื้นให้กับปากอีกด้วย
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.howtoperfect.net

เบกกิ้งโซดา + น้ำผึ้ง

  • นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่าง อย่างละ 1 ช้อนชามาผสมให้เข้ากัน จากนั้นถูสครับที่ปากวนไปมาเบา ๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเสริมทัพด้วยลิปบาล์มเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับปาก เท่านี้ปากของคุณก็จะนุ่มน่าจุ๊บสุด ๆ แล้วล่ะค่ะ
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.naadeng.com

ผงขมิ้น + นมสด

  • ขมิ้นมีสรรพคุณที่ขึ้นชื่อในการบำรุงผิวมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะฉะนั้นแล้วขมิ้นก็สามารถนำมาสครับปากได้เช่นกัน งิธีการเพียงแค่น้ำผงขมิ้น 1 ช้อนชา มาผสมกับนมสดปริมาณ ¼ แก้ว จากนั้นนำมานวดที่ริมฝีปาก ปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ปากของคุณก็จะค่อย ๆ ชมพูขึ้นแล้วจ้า

เป็นอย่างไรบ้างคะกับสูตรสครับปากที่เอมิลี่นำมาฝาก ทั้งง่าย ทั้งประหยัด แถมยังสะดวกสุด ๆ ใช่ไหมล่ะ หากใครที่อยากให้ผิวปากดูชุ่มชื้น น่าจุ๊บ ก็รีบไปเตรียมส่วนประกอบแล้วทำตามได้เลยจ้า

ข้อมูลจาก : Thairath

Categories
เครื่องสำอาง

เลือกสีลิปสติกยังไง ให้เหมาะกับผิวคุณ

สวัสดีค่า…เจอะเจอกันอีกเช่นเคย กับเอมิลี่ผู้ที่จะบอกต่อเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับการแต่งหน้าให้กับทุกคน แต่ไหน ๆ ก็เริ่มพูดถึงคำว่าแต่งหน้าแล้ว เวลาสาว ๆ จะออกไปไหนมาไหนหากเลือกเครื่องสำอางออกไปได้แค่หนึ่งชิ้น สาว ๆ จะเลือกอะไรกันคะ ? แน่นอนเลยว่า ‘ลิปสติก’ จะต้องเป็นตัวเลือกที่สาว ๆ หลายคนต้องรีบหยิบก่อนออกจากบ้านแน่ ๆ เพราะการทาลิปสติกจะช่วยให้เราดูเป็นคนสุขภาพดี ไม่ป่วย ที่สำคัญทาลิปแค่แท่งเดียวบอกเลยว่าเอาอยู่ แต่บางคนก็กำลังประสบกับปัญหาใหญ่ อย่างการซื้อลิปมาทาแล้วไม่เหมาะกับผิว ซึ่งวันนี้เอมิลี่ก็มีเทคนิคการเลือกลิปให้เหมาะกับผิวมาฝากอีกเช่นเคยค่า  

สีผิวโทนนี้ต้องใช้ลิปแบบไหนนะ ?

โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวขาวอมชมพู
  • สาวผิวขาวอมชมพู : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้ การทาลิปจะค่อนข้างเปิดเลยค่ะ จะเลือกเป็นสีนมชมพูหวาน ๆ ก็ดูจะเหมาะ หรือจะพลิกลุคเป็นสีนู้ดก็เข้า แถมยังดูไม่เป็นคนป่วยอีกด้วยนะคะ
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลือง
  • สาวผิวขาวเหลือง : สำหรับสาว ๆ โทนสี ถึงแม้ว่าจะมีผิวขาวแต่ผิวก็ค่อนข้างจะเหลืองหรือน้ำตาลอยู่หน่อย ๆ ฉะนั้นสีลิปที่เหมาะคือโทนส้ม โทนน้ำตาล หรือโทนชมพูน้ำตาล อย่าเน้นสีสว่างมากเกินไปค่ะ
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวสองสี
  • สาวผิวสองสี : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้จะขาวก็ไม่ขาว แต่ก็ไม่คล้ำซะทีเดียว แต่ข้อดีก็คือเป็นสาว ๆ ที่สามารถทาลิปได้หลายเฉดสีมาก แต่ถ้าอยากให้ใบหน้าดูขาวสว่างกว่าเดิมแนะนำให้ทาโทรสีส้มพีช หรือจะเป็นสีแดงหรือแดงส้มก็แอบปังอยู่ค่ะแม่
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวเข้ม
  • สาวผิวเข้ม : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้ จะเหมาะกับลิปสติกเฉดสีน้ำตาลหรือสีแดงก่ำ ๆ ไปจนถึงสีแด้งเข้ม แต่ทริคเด็ดสำหรับสาว ๆ ผิวสีเข้มคือทารองพื้นหรือแป้งลงบนปากเพื่อปรับระดับสี จากนั้นจึงทาลิปสติกทับ วิธีนี้จะทำให้ผาของคุณดูสว่างและโดดเด่นขึ้นมาเลยค่ะ

แต่บางครั้งเวลาเราลองลิปสติกจนมั่นใจแล้วว่า สีนี้แหละที่เหมาะกับฉัน แต่เมื่อนำมาทาจริง ๆ ผลลัพธ์กลับเป็นที่ไม่น่าพอใจ ทำให้สาว ๆ เสียทั้งเงินเสียทั้งใจ เพราะอุตส่าห์ซื้อมาแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้ใช้อย่างใจคิด ฉะนั้น ทริคในการเลือกลิปสติกที่ดีที่สุดคือลองปาดลิปลงบนปลายนิ้วมือค่ะ

ทริคเลือกซื้อลิปสติกให้เหมาะกับผิวคุณ

สาว ๆ หลายคนคงกำลังใช้วิธีเทสต์ที่ท้องแขนก่อนซื้อ ซึ่งผิวบริเวณท้องแขนกับผิวปากเรานั้นมีความแตกต่างกัน แต่ผิวที่ใกล้เคียงกับปากเรามากที่สุดจะอยู่บริเวณปลายนิ้ว ที่สำคัญปลายนิ้วยังมีเส้นคล้าย ๆ กับเส้นริมฝีปาก ทำให้เราสามารถดูเนื้อของลิปได้ด้วยนะว่ามีความเหมาะหรือไม่

หากรู้วิธีแบบนี้แล้วก็อย่าลืมเลือกซื้อสลิปติกแท่งโปรดให้เหมาะกับผิวปากของเรานะคะ ต่อไปเอมิลี่มีทริคอะไรดี ๆ อีกเดี๋ยวจะเอามาฝากแน่นอนจ้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : LINE TO DAY

Categories
เครื่องสำอาง

คอนทัวร์ กับ บรอนเซอร์ ต่างกันยังไง เลือกเฉดสีไหนให้เหมาะกับผิว ?

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่เพิ่งเริ่มแต่งหน้า หรืออาจจะแต่งหน้ามานิด ๆ หน่อย ๆ แต่ต้องการจะแต่งหน้าให้เต็มขึ้น ปัญหาของสาว ๆ 2 กลุ่มนี้ที่ตรงกันก็คือเกิดความสับสนของเครื่องสำอาง ว่านอกจากครีมกันแดด รองพื้น แป้ง ลิปสติก สาว ๆ ควรที่จะใช้อะไรในการแต่งหน้าอีก

โดยเฉพาะเครื่องสำอาง 2 ชนิด อย่าง คอนทัวร์และบรอนเซอร์ ที่มองเผิน ๆ หน้าตาก็คล้ายกันจนแยกไม่ออก วันนี้เอมิลี่จะพาทุกคนไปเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้แบบชัด ๆ ว่าเครื่องสำอางทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกันยังไง นอกจากนี้ยังรวบรวมเทคนิคการเลือกเฉดสีมาฝากอีกด้วยนะ ไปดูกันเลยค่า

คอนทัวร์ช่วยเรื่องอะไร ?

คอนทัวร์คืออะไรไหนเล่าสิ๊ ?

  • คอนทัวร์ หรือ Conturing คือเทคนิคการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางที่มีสีเข้มกว่าผิว เพื่อเป็นการเก็บกรอบหน้า โหนกแก้ม สันจมูก กราม และบริเวณขมับ เพื่อให้สีของมันเล่นเงาให้หน้าของเราดูเรียวและชัดขึ้น

    ซึ่งเครื่องสำอางประเภทนี้จะเป็นเนื้อแมทต์ ไม่มีชิมเมอร์วิบวับ โทนสีจะออกเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลอมเทา หากเลือกใช้แบบเนื้อครีมให้ทาหลังรองพื้นก่อนจะทาแป้งฝุ่น แต่หากเลือกคอนทัวร์แบบฝุ่นให้ทาหลังการทาแป้งเสร็จค่ะ
บรอนเซอร์ช่วยเรื่องอะไร ?

บรอนเซอร์ล่ะแม่ เป็นยังไง ?

  • Bronzer เป็นเครื่องสำอางที่มีชิมเมอร์วิวับผสมอยู่ หากใครทาแล้วก็จะช่วยให้ผิวดูโกลว์และฉ่ำวาว ทาแล้วประหนึ่งเป็นสาวผู้กินน้ำครบวันละ 8 แก้ว ออกแดดแต่ละครั้งบอกเลยว่าผิวดูบ่มแดดสุด ๆ ซึ่งเครื่องสำอางประเภทนี้เหมาะมากสำหรับสาว ๆ สาย ฝ. ส่วนมากจะใช้ลงเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังการแต่งหน้าเสร็จ แต่ข้อควรระวังก็คือควรเลือกให้เหมาะกับผิวมากที่สุด ที่สำคัญห้ามมือหนักเด็ดขาด เพราะจากหน้าวิ๊งสุขภาพดี จะกลายเป็นหนังปลาทูแม่กลองได้เช่นกันนะจ๊ะ

เทคนิคการเลือกบรอนเซอร์ให้เข้ากับผิว

  • สาวผิวแทน : เลือกใช้โทนสีน้ำตาลเข้มอมส้ม น้ำตาลอิฐ ไม่ควรเลือกสีเบจหรือชมพู
  • สาวผิวขาวเหลือง : เน้นสีน้ำตาล โทนเหลืองเข้ม หรือน้ำตาลประกายทอง
  • สาวผิวขาวชมพู : เน้นสีสดใส เช่น สีแดงกุหลาบ ชมพู หรือสีเบจ
ข้อแตกต่างของคอนทัวร์ กับ บรอนเซอร์

สรุปข้อแตกต่าง คอนทัวร์ Vs บรอนเซอร์

  • เครื่องสำอางทั้ง 2 ประเภทช่วยปรับผิวของเราให้เข้มขึ้นและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • คอนทัวร์จะเป็นเนื้อแมทต์ ส่วนบรอนเซอร์จะเป็นชิมเมอร์
  • คอนทัวร์ใช้สร้างกรอบหน้า ส่วนบรอนเซอร์ช่วยทำให้หน้าดูโกลว์
  • คอนทัวร์ 2 ชนิด สามารถแยกกันทาก่อนลงแป้งหรือหลังลงแป้งได้ แต่บรอนเซอร์ทั้งแบบครีมและฝุ่น จะต้องทาเป็นลำดับสุดท้ายของการแต่งหน้าเท่านั้น

การแต่งหน้าไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมล่ะ ลองไปเลือกซื้อคอนทัวร์กับบรอนเซอร์มาอย่างละชิ้นแล้วลองฝึกฝีมือตัวเองบ่อย ๆ เชื่อได้เลยค่ะ ว่าการแต่งหน้าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแน่นอน เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยค่า

ข้อมูลดี ๆ จาก : kapook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ดไม่ลับ! เขียนคิ้วยังไงให้สวยเป๊ะ เป็นธรรมชาติ

เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ เกือบจะทุกคน ต้องชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว แค่ให้เติมนั่นนิดเติมนี่หน่อยก็ช่วยสร้างความมั่นใจไปได้ทั้งวัน และอีกหนึ่งการแต่งหน้าที่เป็นปัญหาโลกแตกสำหรับสาว ๆ คือ ‘การเขียนคิ้ว’ ซึ่งบอกได้เลยนะ ว่าการเขียนคิ้วไม่ใช่เรื่องง่าย เขียนต่ำไปหน้าก็จะดูเป็นคนเศร้า เขียนโก่งไปก็ดูเหมือนคนตกใจอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การเขียนคิ้วจึงต้องอาศัยเทคนิคต่าง ๆ เข้ามาช่วย

แต่เรื่องยากจะกลายเป็นเรื่องง่ายแน่นอน ถ้าวันนี้คุณอ่านบทความของเอมจนจบ เพราะวันนี้เอมิลี่คนนี้นี่แหละ ที่จะรวบรวมเคล็ดไม่ลับที่ช่วยให้สาว ๆ เขียนคิ้วเป๊ะไม่เป็นปิงมาฝากกันค่า

วิธีเขียนคิ้วให้เป็นธรรมชาติ

กันคิ้ว

  • ก่อนการเขียนคิ้วเราก็ต้องปูพื้นฐานของคิ้วให้เป๊ะเสียก่อน ซึ่งการกันคิ้วให้ได้รูปและเป็นทรง ก็จะช่วยทำให้การเขียนคิ้วของเราง่ายขึ้น

เลือกสีคิ้วให้เหมือนกับสีผม

  • สมัยนี้แต่ละแบรนด์ก็ผลิตดินสอเขียนคิ้วเฉดสีต่าง ๆ ออกมามากมาย ลองไปเทสต์แล้วเทียบให้ใกล้เคียงกับสีผมมากที่สุด เพราะหากผมดำแล้วเลือกคิ้วสีน้ำตาลไปมันจะดูโป๊ะและไม่เป็นธรรมชาตินั่นเองค่า

ดินสอเขียนคิ้วเส้นเล็ก

  • เนื่องจากขนคิ้วเราก็เป็นเส้นเล็ก ๆ อยู่แล้ว การใช้ดินสอเส้นเล็ก ๆ จะช่วยให้ขนคิ้วเราดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ควรเล็กเกินไปนะ เพราะนอกจากจะควบคุมทิศทางยากแล้ว ยังหักง่ายอีกด้วย
เขียนคิ้วให้สวยเป๊ะ ไม่เป็นปลิง

ค่อย ๆ เขียนดีที่สุด

  • บางเติมได้ หนาลบยาก คำนี้เห็นว่าจริงสุด ๆ เพราะถ้าเราเขียนคิ้วแบบอ่อน ๆ ไว้ หากตรงไหนยังไม่เต็มก็ค่อย ๆ เติมได้ แต่ทุกคนคะถ้าคิ้วทุกคนหนาตั้งแต่แรกบอกเลยว่าแก้ยากสุด ๆ เพราะไม่ได้จะลบแค่คิ้วเท่านั้น แต่มันจะพลาดไปลบส่วนอื่น ๆ บนหน้าอีกด้วย

อยากคิ้วธรรมชาติที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นช่วยได้

  • ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นต้องเริ่มปัดตั้งแต่ส่วนกลางของคิ้วแล้วลากยาวไปที่หางคิ้ว จากนั้นเมื่อขนแปรงเริ่มอ่อนจึงค่อยมาเขียนที่หัวคิ้ว ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าหัวคิ้วต้องอ่อน ๆ ไม่อย่างนั้นคิ้วเราจะกลายเป็นเส้นหนาดูไม่ธรรมชาติ

มาสคาร่าคิ้วต้องมา!

  • การปัดมาสคาร่าคิ้วจะช่วยให้คิ้วที่เราเขียนนั้นดูเป็นเส้น และดูซอฟต์ลง สุดท้ายก็ต้องเก็บรายละเอียดรอบคิ้วให้เป๊ะด้วยคอนซีลเลอร์ หรือรองพื้น เท่านี้คิ้วของเราก็สวยเช้งได้ทั้งวันแล้วจ้า

ที่สำคัญหากใครอยากเขียนคิ้วให้เป๊ะก็ต้องหมั่นฝึกเขียนบ่อย ๆ เมื่อทำไปนาน ๆ รับรองว่าเราจะเจอรูปคิ้วที่เหมาะกับหน้า และไม่ต้องเสียเวลากับการเขียนคิ้วนาน ๆ อีกด้วยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : Women mthai

Categories
วิธีแก้ปัญหา

ผมเยิ้ม หนังศีรษะมันง่าย มีวิธีแก้ยังไงบ้างนะ ?

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ เมื่อก่อนยอมรับเลยนะว่าเป็นคนที่ผมมันง่ายมาก! วันไหนที่ไม่ได้สระผมจะรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุข ไม่อยากเจอหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นว่าผมเรามันแค่ไหน (เศร้า T^T) ใช้ยาสระผมยี่ห้อแพงแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ แต่พอนานวันเข้าเอมิลี่รู้สึกว่าไม่ได้ล่ะ ถ้าเราสระผมบ่อยแบบนี้ผมเราต้องไม่แข็งแรงแน่นอน เอมิลี่เลยตัดสินใจเปิดอากู๋เสิร์ชหาข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับคนที่เจอปัญหาเหมือนกัน จากนั้นก็ลองทำหลาย ๆ วิธีสรุปว่าเวิร์คจริง ๆ ค่ะ!

และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังเจอปัญหา ผมเยิ้ม หนังศีรษะมันง่าย และผมลีบแบนจนหมดความมั่นใจอยู่ล่ะก็ วันนี้เอมิลี่ผู้แสนดีคนนี้จะรวบรวมกลยุทธ์เด็ดในการขจัดปัญหากวนใจด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถทำเองได้ที่บ้าน หากพร้อมแล้วก็ Let’s go !!!

แก้ผมมันด้วยสูตรธรรมชาติ ภาพจาก : www.hairworldplus.com

ห้ามสระผมกับน้ำร้อนเด็ดขาด!

  • เพราะความร้อนระอุของน้ำจะยิ่งเข้าไปกระตุ้นเกล็ดผมให้เปิดแล้วยิ่งดึงความมันบนเส้นผมออกมา ทางที่ดีควรสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติจะดีที่สุดจ้า

ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคน

  • ไม่ได้ให้หลีกเลี่ยงนะคะ แต่เพื่อน ๆ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคนและน้ำมันเลย เพราะถึงแม้ว่าซิลิโคนจะช่วยให้ผมนุ่มลื่นขึ้น แต่นั่นก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมมันง่ายขึ้น และพวกครีมจัดแต่งทรงผมที่มัน ๆ ก็ควรเลิกใช้เช่นกันนะจ๊ะ

ใช้ครีมยวดแค่ปลายผม

  • ครีมนวดเป็นอีกตัวการหนึ่งที่สาว ๆ ผมมันควรหลีกเลี่ยง แต่หากเส้นผมไม่ได้รับการบำรุงเลยก็ไม่ได้ ฉะนั้นแล้วใช้ครีมนวดนวดเพียงแค่ปลายผมก็พอแล้วค่ะ

หมักผมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  • การหมักผมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเหมือนกับการขจัดสิ่งสกปรกบนเส้นผมและหนังศีรษะให้หมดจด วิธีการหมักเส้นผมก็มีหลายวิธีแต่วิธีที่เราทำบ่อย ๆ ก็จะเป็นสูตรมะนาวกับไข่ไก่ โดยจะใช้มะนาวสด 1 ลูก ผสมกับไข่ขาว 2 ฟอง จากนั้นคลุก ๆ ให้เข้ากัน ชโลมบนเส้นผมแล้วหมักไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยแชมพูแก้ผมมัน เท่านี้ผมเราก็สวยเช้งมั่นใจขึ้นแล้วค่า
หมักผมลดเพื่อลดความมัน ภาพจาก : www.posttoday.com/life/healthy/517572

ปล่อยให้ผมแห้งเอง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนในการทำให้ผมแห้ง เพราะยิ่งมีอุณหภูมิสูงมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ความมันบนหนังศีรษะออกมาเร็วเท่านั้น

หลีกเลี่ยงการหวีผมบ่อย ๆ

  • สำหรับสาว ๆ ผมมัน แค่จัดทรงผมนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ถือว่าอยู่ทรงแล้ว ฉะนั้นหลีกเลี่ยงการหวีผมบ่อย ๆ เพราะมันจะยิ่งเข้าไปดึงความมันจากเส้นผมออกมานั่นเองค่ะ

ลดทานอาหารมัน ๆ

  • เพราะยิ่งร่างกายเราสะสมไขมันมากเท่าไหร่ โอกาสที่ไขมันจะถูกขับออกมาที่บริเวณผัวหนังและหนังศีรษะก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น ฉะนั้นหันมากินอาหารที่มีประโยชน์อย่างผักและผลไม้จะดีกว่านะคะ

เปลี่ยนปลอกหมอนทุกสัปดาห์

  • หากเราใช้ปลอกหมอชิ้นเดิมเรื่อย ๆ ความมันที่สะสมอยู่บนปลอกหมอนก็จะยิ่งมาอยู่บนเส้นผมเราได้ ดังนั้นเปลี่ยนให้บ่อยจะดีที่สุดค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีที่นี่เอมใช้เป็นประจำ ขอบอกว่ามันดีมากจริง ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ คนไหนเจอปัญหาแบบนี้อยู่ก็เอาสูตรไปทำตามได้เลยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : Kapook

Categories
เครื่องสำอาง

เลือกครีมกันแดดอย่างไร ให้เหมาะกับสภาพผิว

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนบวกกับมลภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนเลยว่า ‘ผิวหน้า’ ของเราจะต้องได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ทุกวัน และแสงแดดต่าง ๆ นอกจากจะทำให้ผิวหน้า ผิวกาย ของเราไหม้และคล้ำเสียแล้ว แสงแดดยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วยนะ ฉะนั้นแล้วการปกป้องผิวด้วยวิธีต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก!

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวงนี้ ‘ครีมกันแดด’ จะต้องเป็นหนึ่งในไอเทมที่หลายคนเลือกใช้แน่นอน โดยครีมกันแดดที่ดีก็จะต้องประกอบไปด้วยสารกรองรังสียูวีเอและยูวีบี ที่สามารถช่วยป้องกันรังสีที่กล่าวมานี้จากดวงอาทิตย์ได้ แต่การเลือกครีมกันแดดก็ต้องอาศัยเทคนิคในการเลือกสักหน่อย เพราะหากเราเลือกครีมกันแดดที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวมา การปกป้องนั้นก็จะเท่ากับ 0 ได้เช่นกัน

วันนี้เอมิลี่คนดีคนเดิม ก็ได้รวบรวมเทคนิคดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกซื้อครีมกันแดดมาฝากทุกคนแล้วค่ะ

วิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว

คุณสมบัติครบในตัวเดียว

  • ควรเลือกครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ และรังสียูวีบี สังเกตง่าย ๆ ที่ฉลากว่าระบุคำว่า Broad-Spectrum หรือไม่ หากมีระบุไว้ก็จดเป็นลิสต์ครีมตัวแรกได้เลยค่า

SPF 30 มีความจำเป็น

  • โดย SPF 30 จะสามารถช่วยกรองแสงแดดได้มากถึง 97% แต่หากวันไหนที่ต้องเจอกับแดดจัด ๆ เช่นการไปทะเล การว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ควรเลือกใช้เป็น SPF 50 เพราะจะสามารถกรองแสงแดดได้ 98% แต่หากเลือกใช้ SPF ต่ำกว่า 15 ก็จะช่วยป้องกันความหมองคล้ำได้ แต่ไม่ป้องกันเรื่องอื่น ๆ นะจ๊ะ

กันน้ำ กันเหงื่อ ต้องเลือกไว้

  • เมืองไทยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความอบอ้าว ซึ่งครีมกันแดดที่กันน้ำกันเหงื่อได้ก็จะยิ่งช่วยให้กันแดดตัวนั้นอยู่กับผิวเราได้นานขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อคงประสิทธิภาพเอาไว้นะคะ
How to เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว

สภาพผิวแบบนี้ต้องใช้ครีมกันแดดแบบไหน ?

  • คนผิวมัน : เลือกครีมกันแดดแบบเนื้อเจลเพราะสามารถซึมเข้าผิวได้ง่าย อีกทั้งแอลกอฮอล์ในเจลยังช่วยขจัดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย
  • คนผิวแห้ง : เหมาะกับการใช้ครีมเนื้อโลชั่น เพราะมีความเข้มข้นสูง ทั้งยังช่วยรักษาระดับน้ำในผิวให้ชุ่มชื้นนานขึ้น
  • ผิวแพ้ง่าย : ควรเลือกครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน หรือสูตรสำหรับเด็กที่ไม่มีสารเคมีเจือปน ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มี SPF สูง เพราะจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคการเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าที่เรานำมาฝากทุกคนกัน แค่เลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ไม่ว่าแดดจะแรงแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวผิวเสียแล้วค่า  

ข้อมูลดี ๆ จาก : Promotions.co.th