Categories
เครื่องสำอาง

เลือกสีลิปสติกยังไง ให้เหมาะกับผิวคุณ

สวัสดีค่า…เจอะเจอกันอีกเช่นเคย กับเอมิลี่ผู้ที่จะบอกต่อเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับการแต่งหน้าให้กับทุกคน แต่ไหน ๆ ก็เริ่มพูดถึงคำว่าแต่งหน้าแล้ว เวลาสาว ๆ จะออกไปไหนมาไหนหากเลือกเครื่องสำอางออกไปได้แค่หนึ่งชิ้น สาว ๆ จะเลือกอะไรกันคะ ? แน่นอนเลยว่า ‘ลิปสติก’ จะต้องเป็นตัวเลือกที่สาว ๆ หลายคนต้องรีบหยิบก่อนออกจากบ้านแน่ ๆ เพราะการทาลิปสติกจะช่วยให้เราดูเป็นคนสุขภาพดี ไม่ป่วย ที่สำคัญทาลิปแค่แท่งเดียวบอกเลยว่าเอาอยู่ แต่บางคนก็กำลังประสบกับปัญหาใหญ่ อย่างการซื้อลิปมาทาแล้วไม่เหมาะกับผิว ซึ่งวันนี้เอมิลี่ก็มีเทคนิคการเลือกลิปให้เหมาะกับผิวมาฝากอีกเช่นเคยค่า  

สีผิวโทนนี้ต้องใช้ลิปแบบไหนนะ ?

โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวขาวอมชมพู
  • สาวผิวขาวอมชมพู : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้ การทาลิปจะค่อนข้างเปิดเลยค่ะ จะเลือกเป็นสีนมชมพูหวาน ๆ ก็ดูจะเหมาะ หรือจะพลิกลุคเป็นสีนู้ดก็เข้า แถมยังดูไม่เป็นคนป่วยอีกด้วยนะคะ
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลือง
  • สาวผิวขาวเหลือง : สำหรับสาว ๆ โทนสี ถึงแม้ว่าจะมีผิวขาวแต่ผิวก็ค่อนข้างจะเหลืองหรือน้ำตาลอยู่หน่อย ๆ ฉะนั้นสีลิปที่เหมาะคือโทนส้ม โทนน้ำตาล หรือโทนชมพูน้ำตาล อย่าเน้นสีสว่างมากเกินไปค่ะ
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวสองสี
  • สาวผิวสองสี : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้จะขาวก็ไม่ขาว แต่ก็ไม่คล้ำซะทีเดียว แต่ข้อดีก็คือเป็นสาว ๆ ที่สามารถทาลิปได้หลายเฉดสีมาก แต่ถ้าอยากให้ใบหน้าดูขาวสว่างกว่าเดิมแนะนำให้ทาโทรสีส้มพีช หรือจะเป็นสีแดงหรือแดงส้มก็แอบปังอยู่ค่ะแม่
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวเข้ม
  • สาวผิวเข้ม : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้ จะเหมาะกับลิปสติกเฉดสีน้ำตาลหรือสีแดงก่ำ ๆ ไปจนถึงสีแด้งเข้ม แต่ทริคเด็ดสำหรับสาว ๆ ผิวสีเข้มคือทารองพื้นหรือแป้งลงบนปากเพื่อปรับระดับสี จากนั้นจึงทาลิปสติกทับ วิธีนี้จะทำให้ผาของคุณดูสว่างและโดดเด่นขึ้นมาเลยค่ะ

แต่บางครั้งเวลาเราลองลิปสติกจนมั่นใจแล้วว่า สีนี้แหละที่เหมาะกับฉัน แต่เมื่อนำมาทาจริง ๆ ผลลัพธ์กลับเป็นที่ไม่น่าพอใจ ทำให้สาว ๆ เสียทั้งเงินเสียทั้งใจ เพราะอุตส่าห์ซื้อมาแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้ใช้อย่างใจคิด ฉะนั้น ทริคในการเลือกลิปสติกที่ดีที่สุดคือลองปาดลิปลงบนปลายนิ้วมือค่ะ

ทริคเลือกซื้อลิปสติกให้เหมาะกับผิวคุณ

สาว ๆ หลายคนคงกำลังใช้วิธีเทสต์ที่ท้องแขนก่อนซื้อ ซึ่งผิวบริเวณท้องแขนกับผิวปากเรานั้นมีความแตกต่างกัน แต่ผิวที่ใกล้เคียงกับปากเรามากที่สุดจะอยู่บริเวณปลายนิ้ว ที่สำคัญปลายนิ้วยังมีเส้นคล้าย ๆ กับเส้นริมฝีปาก ทำให้เราสามารถดูเนื้อของลิปได้ด้วยนะว่ามีความเหมาะหรือไม่

หากรู้วิธีแบบนี้แล้วก็อย่าลืมเลือกซื้อสลิปติกแท่งโปรดให้เหมาะกับผิวปากของเรานะคะ ต่อไปเอมิลี่มีทริคอะไรดี ๆ อีกเดี๋ยวจะเอามาฝากแน่นอนจ้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : LINE TO DAY

Categories
เครื่องสำอาง

คอนทัวร์ กับ บรอนเซอร์ ต่างกันยังไง เลือกเฉดสีไหนให้เหมาะกับผิว ?

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่เพิ่งเริ่มแต่งหน้า หรืออาจจะแต่งหน้ามานิด ๆ หน่อย ๆ แต่ต้องการจะแต่งหน้าให้เต็มขึ้น ปัญหาของสาว ๆ 2 กลุ่มนี้ที่ตรงกันก็คือเกิดความสับสนของเครื่องสำอาง ว่านอกจากครีมกันแดด รองพื้น แป้ง ลิปสติก สาว ๆ ควรที่จะใช้อะไรในการแต่งหน้าอีก

โดยเฉพาะเครื่องสำอาง 2 ชนิด อย่าง คอนทัวร์และบรอนเซอร์ ที่มองเผิน ๆ หน้าตาก็คล้ายกันจนแยกไม่ออก วันนี้เอมิลี่จะพาทุกคนไปเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้แบบชัด ๆ ว่าเครื่องสำอางทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกันยังไง นอกจากนี้ยังรวบรวมเทคนิคการเลือกเฉดสีมาฝากอีกด้วยนะ ไปดูกันเลยค่า

คอนทัวร์ช่วยเรื่องอะไร ?

คอนทัวร์คืออะไรไหนเล่าสิ๊ ?

  • คอนทัวร์ หรือ Conturing คือเทคนิคการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางที่มีสีเข้มกว่าผิว เพื่อเป็นการเก็บกรอบหน้า โหนกแก้ม สันจมูก กราม และบริเวณขมับ เพื่อให้สีของมันเล่นเงาให้หน้าของเราดูเรียวและชัดขึ้น

    ซึ่งเครื่องสำอางประเภทนี้จะเป็นเนื้อแมทต์ ไม่มีชิมเมอร์วิบวับ โทนสีจะออกเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลอมเทา หากเลือกใช้แบบเนื้อครีมให้ทาหลังรองพื้นก่อนจะทาแป้งฝุ่น แต่หากเลือกคอนทัวร์แบบฝุ่นให้ทาหลังการทาแป้งเสร็จค่ะ
บรอนเซอร์ช่วยเรื่องอะไร ?

บรอนเซอร์ล่ะแม่ เป็นยังไง ?

  • Bronzer เป็นเครื่องสำอางที่มีชิมเมอร์วิวับผสมอยู่ หากใครทาแล้วก็จะช่วยให้ผิวดูโกลว์และฉ่ำวาว ทาแล้วประหนึ่งเป็นสาวผู้กินน้ำครบวันละ 8 แก้ว ออกแดดแต่ละครั้งบอกเลยว่าผิวดูบ่มแดดสุด ๆ ซึ่งเครื่องสำอางประเภทนี้เหมาะมากสำหรับสาว ๆ สาย ฝ. ส่วนมากจะใช้ลงเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังการแต่งหน้าเสร็จ แต่ข้อควรระวังก็คือควรเลือกให้เหมาะกับผิวมากที่สุด ที่สำคัญห้ามมือหนักเด็ดขาด เพราะจากหน้าวิ๊งสุขภาพดี จะกลายเป็นหนังปลาทูแม่กลองได้เช่นกันนะจ๊ะ

เทคนิคการเลือกบรอนเซอร์ให้เข้ากับผิว

  • สาวผิวแทน : เลือกใช้โทนสีน้ำตาลเข้มอมส้ม น้ำตาลอิฐ ไม่ควรเลือกสีเบจหรือชมพู
  • สาวผิวขาวเหลือง : เน้นสีน้ำตาล โทนเหลืองเข้ม หรือน้ำตาลประกายทอง
  • สาวผิวขาวชมพู : เน้นสีสดใส เช่น สีแดงกุหลาบ ชมพู หรือสีเบจ
ข้อแตกต่างของคอนทัวร์ กับ บรอนเซอร์

สรุปข้อแตกต่าง คอนทัวร์ Vs บรอนเซอร์

  • เครื่องสำอางทั้ง 2 ประเภทช่วยปรับผิวของเราให้เข้มขึ้นและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • คอนทัวร์จะเป็นเนื้อแมทต์ ส่วนบรอนเซอร์จะเป็นชิมเมอร์
  • คอนทัวร์ใช้สร้างกรอบหน้า ส่วนบรอนเซอร์ช่วยทำให้หน้าดูโกลว์
  • คอนทัวร์ 2 ชนิด สามารถแยกกันทาก่อนลงแป้งหรือหลังลงแป้งได้ แต่บรอนเซอร์ทั้งแบบครีมและฝุ่น จะต้องทาเป็นลำดับสุดท้ายของการแต่งหน้าเท่านั้น

การแต่งหน้าไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมล่ะ ลองไปเลือกซื้อคอนทัวร์กับบรอนเซอร์มาอย่างละชิ้นแล้วลองฝึกฝีมือตัวเองบ่อย ๆ เชื่อได้เลยค่ะ ว่าการแต่งหน้าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแน่นอน เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยค่า

ข้อมูลดี ๆ จาก : kapook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ดไม่ลับ! เขียนคิ้วยังไงให้สวยเป๊ะ เป็นธรรมชาติ

เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ เกือบจะทุกคน ต้องชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว แค่ให้เติมนั่นนิดเติมนี่หน่อยก็ช่วยสร้างความมั่นใจไปได้ทั้งวัน และอีกหนึ่งการแต่งหน้าที่เป็นปัญหาโลกแตกสำหรับสาว ๆ คือ ‘การเขียนคิ้ว’ ซึ่งบอกได้เลยนะ ว่าการเขียนคิ้วไม่ใช่เรื่องง่าย เขียนต่ำไปหน้าก็จะดูเป็นคนเศร้า เขียนโก่งไปก็ดูเหมือนคนตกใจอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การเขียนคิ้วจึงต้องอาศัยเทคนิคต่าง ๆ เข้ามาช่วย

แต่เรื่องยากจะกลายเป็นเรื่องง่ายแน่นอน ถ้าวันนี้คุณอ่านบทความของเอมจนจบ เพราะวันนี้เอมิลี่คนนี้นี่แหละ ที่จะรวบรวมเคล็ดไม่ลับที่ช่วยให้สาว ๆ เขียนคิ้วเป๊ะไม่เป็นปิงมาฝากกันค่า

วิธีเขียนคิ้วให้เป็นธรรมชาติ

กันคิ้ว

  • ก่อนการเขียนคิ้วเราก็ต้องปูพื้นฐานของคิ้วให้เป๊ะเสียก่อน ซึ่งการกันคิ้วให้ได้รูปและเป็นทรง ก็จะช่วยทำให้การเขียนคิ้วของเราง่ายขึ้น

เลือกสีคิ้วให้เหมือนกับสีผม

  • สมัยนี้แต่ละแบรนด์ก็ผลิตดินสอเขียนคิ้วเฉดสีต่าง ๆ ออกมามากมาย ลองไปเทสต์แล้วเทียบให้ใกล้เคียงกับสีผมมากที่สุด เพราะหากผมดำแล้วเลือกคิ้วสีน้ำตาลไปมันจะดูโป๊ะและไม่เป็นธรรมชาตินั่นเองค่า

ดินสอเขียนคิ้วเส้นเล็ก

  • เนื่องจากขนคิ้วเราก็เป็นเส้นเล็ก ๆ อยู่แล้ว การใช้ดินสอเส้นเล็ก ๆ จะช่วยให้ขนคิ้วเราดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ควรเล็กเกินไปนะ เพราะนอกจากจะควบคุมทิศทางยากแล้ว ยังหักง่ายอีกด้วย
เขียนคิ้วให้สวยเป๊ะ ไม่เป็นปลิง

ค่อย ๆ เขียนดีที่สุด

  • บางเติมได้ หนาลบยาก คำนี้เห็นว่าจริงสุด ๆ เพราะถ้าเราเขียนคิ้วแบบอ่อน ๆ ไว้ หากตรงไหนยังไม่เต็มก็ค่อย ๆ เติมได้ แต่ทุกคนคะถ้าคิ้วทุกคนหนาตั้งแต่แรกบอกเลยว่าแก้ยากสุด ๆ เพราะไม่ได้จะลบแค่คิ้วเท่านั้น แต่มันจะพลาดไปลบส่วนอื่น ๆ บนหน้าอีกด้วย

อยากคิ้วธรรมชาติที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นช่วยได้

  • ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นต้องเริ่มปัดตั้งแต่ส่วนกลางของคิ้วแล้วลากยาวไปที่หางคิ้ว จากนั้นเมื่อขนแปรงเริ่มอ่อนจึงค่อยมาเขียนที่หัวคิ้ว ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าหัวคิ้วต้องอ่อน ๆ ไม่อย่างนั้นคิ้วเราจะกลายเป็นเส้นหนาดูไม่ธรรมชาติ

มาสคาร่าคิ้วต้องมา!

  • การปัดมาสคาร่าคิ้วจะช่วยให้คิ้วที่เราเขียนนั้นดูเป็นเส้น และดูซอฟต์ลง สุดท้ายก็ต้องเก็บรายละเอียดรอบคิ้วให้เป๊ะด้วยคอนซีลเลอร์ หรือรองพื้น เท่านี้คิ้วของเราก็สวยเช้งได้ทั้งวันแล้วจ้า

ที่สำคัญหากใครอยากเขียนคิ้วให้เป๊ะก็ต้องหมั่นฝึกเขียนบ่อย ๆ เมื่อทำไปนาน ๆ รับรองว่าเราจะเจอรูปคิ้วที่เหมาะกับหน้า และไม่ต้องเสียเวลากับการเขียนคิ้วนาน ๆ อีกด้วยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : Women mthai

Categories
วิธีแก้ปัญหา

ผมเยิ้ม หนังศีรษะมันง่าย มีวิธีแก้ยังไงบ้างนะ ?

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ เมื่อก่อนยอมรับเลยนะว่าเป็นคนที่ผมมันง่ายมาก! วันไหนที่ไม่ได้สระผมจะรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุข ไม่อยากเจอหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นว่าผมเรามันแค่ไหน (เศร้า T^T) ใช้ยาสระผมยี่ห้อแพงแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ แต่พอนานวันเข้าเอมิลี่รู้สึกว่าไม่ได้ล่ะ ถ้าเราสระผมบ่อยแบบนี้ผมเราต้องไม่แข็งแรงแน่นอน เอมิลี่เลยตัดสินใจเปิดอากู๋เสิร์ชหาข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับคนที่เจอปัญหาเหมือนกัน จากนั้นก็ลองทำหลาย ๆ วิธีสรุปว่าเวิร์คจริง ๆ ค่ะ!

และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังเจอปัญหา ผมเยิ้ม หนังศีรษะมันง่าย และผมลีบแบนจนหมดความมั่นใจอยู่ล่ะก็ วันนี้เอมิลี่ผู้แสนดีคนนี้จะรวบรวมกลยุทธ์เด็ดในการขจัดปัญหากวนใจด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถทำเองได้ที่บ้าน หากพร้อมแล้วก็ Let’s go !!!

แก้ผมมันด้วยสูตรธรรมชาติ ภาพจาก : www.hairworldplus.com

ห้ามสระผมกับน้ำร้อนเด็ดขาด!

  • เพราะความร้อนระอุของน้ำจะยิ่งเข้าไปกระตุ้นเกล็ดผมให้เปิดแล้วยิ่งดึงความมันบนเส้นผมออกมา ทางที่ดีควรสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติจะดีที่สุดจ้า

ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคน

  • ไม่ได้ให้หลีกเลี่ยงนะคะ แต่เพื่อน ๆ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคนและน้ำมันเลย เพราะถึงแม้ว่าซิลิโคนจะช่วยให้ผมนุ่มลื่นขึ้น แต่นั่นก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมมันง่ายขึ้น และพวกครีมจัดแต่งทรงผมที่มัน ๆ ก็ควรเลิกใช้เช่นกันนะจ๊ะ

ใช้ครีมยวดแค่ปลายผม

  • ครีมนวดเป็นอีกตัวการหนึ่งที่สาว ๆ ผมมันควรหลีกเลี่ยง แต่หากเส้นผมไม่ได้รับการบำรุงเลยก็ไม่ได้ ฉะนั้นแล้วใช้ครีมนวดนวดเพียงแค่ปลายผมก็พอแล้วค่ะ

หมักผมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  • การหมักผมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเหมือนกับการขจัดสิ่งสกปรกบนเส้นผมและหนังศีรษะให้หมดจด วิธีการหมักเส้นผมก็มีหลายวิธีแต่วิธีที่เราทำบ่อย ๆ ก็จะเป็นสูตรมะนาวกับไข่ไก่ โดยจะใช้มะนาวสด 1 ลูก ผสมกับไข่ขาว 2 ฟอง จากนั้นคลุก ๆ ให้เข้ากัน ชโลมบนเส้นผมแล้วหมักไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยแชมพูแก้ผมมัน เท่านี้ผมเราก็สวยเช้งมั่นใจขึ้นแล้วค่า
หมักผมลดเพื่อลดความมัน ภาพจาก : www.posttoday.com/life/healthy/517572

ปล่อยให้ผมแห้งเอง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนในการทำให้ผมแห้ง เพราะยิ่งมีอุณหภูมิสูงมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ความมันบนหนังศีรษะออกมาเร็วเท่านั้น

หลีกเลี่ยงการหวีผมบ่อย ๆ

  • สำหรับสาว ๆ ผมมัน แค่จัดทรงผมนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ถือว่าอยู่ทรงแล้ว ฉะนั้นหลีกเลี่ยงการหวีผมบ่อย ๆ เพราะมันจะยิ่งเข้าไปดึงความมันจากเส้นผมออกมานั่นเองค่ะ

ลดทานอาหารมัน ๆ

  • เพราะยิ่งร่างกายเราสะสมไขมันมากเท่าไหร่ โอกาสที่ไขมันจะถูกขับออกมาที่บริเวณผัวหนังและหนังศีรษะก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น ฉะนั้นหันมากินอาหารที่มีประโยชน์อย่างผักและผลไม้จะดีกว่านะคะ

เปลี่ยนปลอกหมอนทุกสัปดาห์

  • หากเราใช้ปลอกหมอชิ้นเดิมเรื่อย ๆ ความมันที่สะสมอยู่บนปลอกหมอนก็จะยิ่งมาอยู่บนเส้นผมเราได้ ดังนั้นเปลี่ยนให้บ่อยจะดีที่สุดค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีที่นี่เอมใช้เป็นประจำ ขอบอกว่ามันดีมากจริง ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ คนไหนเจอปัญหาแบบนี้อยู่ก็เอาสูตรไปทำตามได้เลยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : Kapook

Categories
เครื่องสำอาง

เลือกครีมกันแดดอย่างไร ให้เหมาะกับสภาพผิว

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนบวกกับมลภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนเลยว่า ‘ผิวหน้า’ ของเราจะต้องได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ทุกวัน และแสงแดดต่าง ๆ นอกจากจะทำให้ผิวหน้า ผิวกาย ของเราไหม้และคล้ำเสียแล้ว แสงแดดยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วยนะ ฉะนั้นแล้วการปกป้องผิวด้วยวิธีต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก!

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวงนี้ ‘ครีมกันแดด’ จะต้องเป็นหนึ่งในไอเทมที่หลายคนเลือกใช้แน่นอน โดยครีมกันแดดที่ดีก็จะต้องประกอบไปด้วยสารกรองรังสียูวีเอและยูวีบี ที่สามารถช่วยป้องกันรังสีที่กล่าวมานี้จากดวงอาทิตย์ได้ แต่การเลือกครีมกันแดดก็ต้องอาศัยเทคนิคในการเลือกสักหน่อย เพราะหากเราเลือกครีมกันแดดที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวมา การปกป้องนั้นก็จะเท่ากับ 0 ได้เช่นกัน

วันนี้เอมิลี่คนดีคนเดิม ก็ได้รวบรวมเทคนิคดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกซื้อครีมกันแดดมาฝากทุกคนแล้วค่ะ

วิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว

คุณสมบัติครบในตัวเดียว

  • ควรเลือกครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ และรังสียูวีบี สังเกตง่าย ๆ ที่ฉลากว่าระบุคำว่า Broad-Spectrum หรือไม่ หากมีระบุไว้ก็จดเป็นลิสต์ครีมตัวแรกได้เลยค่า

SPF 30 มีความจำเป็น

  • โดย SPF 30 จะสามารถช่วยกรองแสงแดดได้มากถึง 97% แต่หากวันไหนที่ต้องเจอกับแดดจัด ๆ เช่นการไปทะเล การว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ควรเลือกใช้เป็น SPF 50 เพราะจะสามารถกรองแสงแดดได้ 98% แต่หากเลือกใช้ SPF ต่ำกว่า 15 ก็จะช่วยป้องกันความหมองคล้ำได้ แต่ไม่ป้องกันเรื่องอื่น ๆ นะจ๊ะ

กันน้ำ กันเหงื่อ ต้องเลือกไว้

  • เมืองไทยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความอบอ้าว ซึ่งครีมกันแดดที่กันน้ำกันเหงื่อได้ก็จะยิ่งช่วยให้กันแดดตัวนั้นอยู่กับผิวเราได้นานขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อคงประสิทธิภาพเอาไว้นะคะ
How to เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว

สภาพผิวแบบนี้ต้องใช้ครีมกันแดดแบบไหน ?

  • คนผิวมัน : เลือกครีมกันแดดแบบเนื้อเจลเพราะสามารถซึมเข้าผิวได้ง่าย อีกทั้งแอลกอฮอล์ในเจลยังช่วยขจัดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย
  • คนผิวแห้ง : เหมาะกับการใช้ครีมเนื้อโลชั่น เพราะมีความเข้มข้นสูง ทั้งยังช่วยรักษาระดับน้ำในผิวให้ชุ่มชื้นนานขึ้น
  • ผิวแพ้ง่าย : ควรเลือกครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน หรือสูตรสำหรับเด็กที่ไม่มีสารเคมีเจือปน ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มี SPF สูง เพราะจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคการเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าที่เรานำมาฝากทุกคนกัน แค่เลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ไม่ว่าแดดจะแรงแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวผิวเสียแล้วค่า  

ข้อมูลดี ๆ จาก : Promotions.co.th

Categories
เครื่องสำอาง

How to เลือกรองพื้นอย่างไรให้เข้ากับสีผิว

Say hi ค่ะสาว ๆ … เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ ที่เข้ามาในบล็อกนี้คงจะชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจอย่างแน่นอน ซึ่งการแต่งหน้าที่ดีนั้นก็ต้องเริ่มมาจากการปูฐานให้ผิวหน้าดีเสียก่อน ซึ่งขั้นตอนที่จะช่วยให้ผิวหน้าของเราเรียบเนียนประหนึ่งผิวเด็กได้นั้นก็คงต้องอาศัย ‘รองพื้น’ ดี ๆ สักตัว

แต่สาว ๆ หลายคนคงเกิดปัญหาแคลงใจว่าทำไม๊ทำไมรองพื้นที่เราใช้นั้นไม่เข้ากับสีผิวของเราเลย ลอยบ้าง เข้มเกินไปบ้าง หรือใช้แล้วทำให้เป็นสิวบ้าง วันนี้เอมิลี่จะพาทุกคนไปคลายข้อสงสัยด้วยการรวบรวมเทคนิคขั้นเทพในการเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิวมาฝากทุกคนกัน หากพร้อมจะเปลี่ยนหน้าพังให้เป็นหน้าปังแล้วก็ไปดูพร้อมกันเลยค่าซิส

วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับผิวหน้า

ทำความรู้จักกับผิวหน้าตัวเอง

  • การเลือกซื้อรองพื้นนั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่าเราเป็นคนผิวแบบไหน เช่น ผิวมัน ผิวผสม ผิวแห้ง หากผิวมันจะต้องซื้อสูตรที่เป็น Oil-Free ที่ช่วยคุมความมัน ผิวผสมซื้อแบบที่ให้ความชุ่มชื้นแล้วเน้นในบริเวณที่แห้ง ส่วนคนผิวแห้งควรซื้อแบบที่เป็นสูตรให้ความชุ่มชื้นโดยเฉพาะค่ะ

ทำความเข้าใจประเภทของรองพื้น

  • Powder Foundation เป็นแป้งผสมรองพื้นที่เหมาะกับการใช้เติมระหว่างวัน
  • Liquid Foundation รองพื้นสูตรน้ำ เหมาะกับลุคธรรมชาติในประจำวัน ซึ่งรองพื้นสูตรน้ำก็ซื้อได้ง่ายมาก เช่น รองพื้น 7-11 ก็ถือเป็นรองพื้นที่มีระดับการปกปิดที่ใช้ได้เลยค่ะ
  • Cream Foundation เนื้อครีมจะหนักเหมาะกับการปกปิดขั้นสุด

เฉดสีรองพื้น

  • ขั้นตอนสำคัญที่สุดที่ช่วยให้หน้าของคุณดูเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนผิวโทนไหนผิวขาว ผิวสองสี หรือผิวคล้ำควรเลือกรองพื้นให้ใกล้เคียงกับสีผิวมากที่สุด แต่หากเป็นคนที่มีผิวขาวมาก ๆ ควรเลือกให้เข้มกว่าผิวจริง 1 ระดับ เพื่อความเป็นธรรมชาติขึ้นค่ะ
เลือกเฉดสีรองพื้นให้เข้ากับผิว

เลือกรองพื้นสูตรบางเบาแต่ปกปิดดี

  • เพราะหากเลือกซื้อรองพื้นแบบหนัก ๆ มา ปัญหาที่ตามมาติด ๆ ก็คือหน้าหนา หน้าลอย และรองพื้นตกร่องระหว่างวัน ที่สำคัญยังคงความเป็นธรรมชาติให้กับการแต่งหน้าอีกด้วย

ชัวร์ก่อนใช้

  • ควรทดสอบรองพื้นก่อนการใช้งาน ซึ่งวิธีการทดสอบก็ง่ายมากคือลองแต้มรองพื้นที่บริเวณข้างแก้มจากนั้นเกลี่ยให้เรียบ แล้วสังเกตดูค่ะว่าเข้ากับผิวเราหรือไม่ ซึ่งเทคนิคที่ทดสอบบริเวณหลังมือนั้นเป็นวิธีที่ผิด เพราะสีผิวที่มือกับผิวหน้าเรามีความแตกต่างกัน หากไม่อยากพลาดควรทดสอบให้ถูกวิธีนะคะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทริคดี ๆ ในการเลือกใช้รองพื้นให้เข้ากับผิวหน้าเรา หากรู้แบบนี้แล้วสาว ๆ ทุกคนอย่าพลาดเชียวล่ะ แค่รองพื้นดีรับรองว่าการแต่งหน้าของสาว ๆ จะต้องสนุกขึ้นเป็นกองแน่นอน!

ข้อมูลดี ๆ จาก : LIFEFORD PARIS

Categories
Uncategorized

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!