Categories
วิธีแก้ปัญหา

แนะทริคเด็ด! แก้ปัญหารอยแตกลายให้ดีขึ้นได้ ไม่ยาก

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

ปัญหารอยแตกลายตามแขนและขา นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่มักจะมากวนใจสาว ๆ อยู่เสมอ ซึ่งหลายคนถึงขั้นไม่กล้าใส่เสื้อเอวลอย กางเกงขาสั้น หรือชุดที่เผยให้เห็นถึงต้นแขน นั่นก็เป็นเพราะว่าบริเวณเหล่านั้นมักจะมีริ้วรอยแตกที่เห็นได้ชัดปรากฏอยู่ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เรามีทริคดี ๆ ที่ช่วยให้รอยแตกลายของสาว ๆ จางลงได้มาฝากกันค่ะ

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

การดื่มน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างเลยก็ว่าได้ ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้วนั้น นอกจากจะช่วยในเรื่องระบบภายในได้ดีแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณของเราชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

น้ำมันมะกอกช่วยได้

น้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติเด่นที่ช่วยทั้งในเรื่องของเส้นผมและผิวพรรณ โดยน้ำมันมะกอกจะมีฤทธิ์ที่เหมาะจะเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับการบำรุงผิว ซึ่งวิธีการก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่คุณนำน้ำมันมะกอกเข้าไมโครเวฟให้พออุ่น จากนั้นก็ค่อย ๆ ทาลงบริเวณที่มีรอยแตกลาย แล้วลากออกด้วยน้ำสะอาด ความอุ่นของนางนี่แหละที่ช่วยให้ผิวของเราไม่แห้งกร้าน

มันฝรั่งของโปรด

อ่านไม่ผิดเลยค่า มันฝรั่งที่เราไว้ใช้ทำเมนูสุดโปรดตั่ง ๆ นี่แหละ ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยปราบรอยแตกลาย วิธีการก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ตัดมันฝรั่งเป็นชิ้นหนา ๆ จากนั้นก็นำมาถูตรงบริเวณที่มีรอยแตกลายประมาณ 3-5 นาที แล้วปล่อยให้น้ำมันฝรั่งค่อย ๆ ซึมลงผิวแล้วปิดท้ายด้วยการล้างออกก็เป็นอันเสร็จแล้ว

ว่านหางจระเข้

อย่างที่ทราบกันนะว่าเจ้าว่านหางจระเข้มักถูกนำมาเป็นตัวสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว ที่สำคัญยังทำง่ายมาก ๆ เพียงนำว่านหาง (แนะนำว่าต้นสดๆ) มาถูบริเวณรอยแตก แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เท่านี้ผิวที่เป็นรอยแตกก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นแล้ว ที่สำคัญยังทำเป็นประจำทุกวันได้ด้วย ไม่ระคายเคืองผิวแน่นอน

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

ไข่ขาว

ในไข่ขาวจะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยให้เซลล์ผิวของเราได้รับการฟื้นฟู ซึ่งขั้นตอนนี้เพียงแค่คุณแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว จากนั้นใช้แปรงขนนุ่ม หรือจะเป็นนิ้วมือก็ได้ปาดไข่ขาวมาทาบริเวณรอยแตก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที (จนกว่าจะแห้ง) จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นได้เลย

เลม่อน

ปิดท้ายกันที่น้ำเลม่อน ซึ่งในน้ำเลม่อนจะมีความเป็นกรดที่เป็นสิ่งที่ทำให้รอยแตกรวมไปถึงแผลต่าง ๆ ดูจางลงได้ ซึ่งวิธีการทำคือหั่นเลม่อนครึ่งลูกจากนั้นนำมาถูบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะกับวิธีธรรมชาติในการลดรอยแตกลายที่เรานำมาฝาก ข้อสำคัญคือสาว ๆ ต้องหมั่นทำเป็นประจำนะถึงจะเห็นผลได้ชัด ผลลัพธ์เป็นยังไงอย่าลืมมาอัปเดตนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : Sanook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

รู้ไว้ใช่ว่า แท้จริงแล้วกลิ่นกายเกิดจากอะไรกันแน่ ?

ใครกำลังเจอกับปัญหากลิ่นตัวแรงกว่าอื่น ๆ บ้างไหมคะ ? ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เซ้นซิทีฟเอามาก ๆ เพราะการมีกลิ่นตัวนอกจากจะทำให้คนข้าง ๆ มองแรงแล้ว ตัวเราเองก็ยังไม่มั่นใจมาก ๆ อีกด้วย โดยเรื่องนี้ถือเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจให้กลิ่นตัวมันเกินลิมิตกว่าคนทั่วไป แต่ด้วยอากาศในบ้านเราที่ร้อนแบบสุด ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันอาจจะมีกลิ่นหลุดรอดวงแขนออกมาได้ โดยวันนี้เอมิลี่มีเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวที่แรงกว่าคนทั่วไปมาฝากกันค่ะ

เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

การไม่รักษาความสะอาด

  • เหตุผลแรกของคนที่มีกลิ่นตัว มักเกิดจากการไม่รักษาความสะอาด หรือปล่อยให้บริเวณจุดลับต่าง ๆ มีขน ที่ส่งผลต่อความอับชื้นได้

น้ำหนักเกินมาตรฐาน

  • โดยส่วนใหญ่แล้วหากคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ตรงบริเวณต่าง ๆ อาทิ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ ฯลฯ มักจะผลิตเหงื่อออกมามากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวตามมาตรฐาน แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าคนน้ำหนักเยอะทุกคนจะมีกลิ่นตัวนะคะ เพราะคนผอมบางคนก็สามารถเกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน

รับประทานอาหารรสจัด

  • การรับประทานอาหารรสจัดนอกจากจะทำให้เหงื่อออกเยอะกว่าคนที่ไม่ทานแล้ว การรับประทานอาหารประเภท หัวหอม กระเทียม หอมแดง หรืออาหารที่มีเครื่องเทศแบบจัด ๆ ยังส่งผลทำให้กลิ่นที่ออกมาไม่พึงประสงค์อีกด้วย
เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

รับประทานของทอด – ของมัน

  • ซึ่งเหตุผลนี้นอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้แล้ว ผู้ที่รับประทานอาหารประเภทนี้บ่อย ๆ มันยังเข้าไปกระตุ้นการทำงานที่บริเวณจุดลับของเราอกด้วยนะ

ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย

  • ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ โดยคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ อาจจะไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ว ตัวเองเป็นคนมีกลิ่นตัว ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะต่อให้คุณไม่มีกลิ่นตัวแต่มันก็สามารถสร้างความมั่นใจที่จะพบปะคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นให้เหมาะกับสภาพวงแขนของตัวเองด้วยนะคะ

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้คุณอาจมีกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์มากกว่าคนอื่น ๆ หากใครที่มีกลิ่นกายก็ค่อย ๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างไปเรื่อย ๆ รับรองว่าต่อไปคุณจะต้องมีกลิ่นกายที่หอมสดชื่น และน่าสัมผัสมากขึ้นแน่นอนเลย เป็นกำลังใจให้ทุกคนน้า

ข้อมูลจาก : Sanook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

เทคนิคง่าย ๆ ใส่แมสก์อย่างไรให้ใบหน้าไร้สิว  

เชื้อโควิด-19 ในตอนนี้บอกเลยว่าน่ากลัวสุด ๆ จะออกไปไหนแต่ละครั้งก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องขยันล้างมือบ่อย ๆ แถมยังไม่ได้ปาร์ตี้สังสรรกับเหล่าเพื่อนสาวอีกด้วย คิดแล้วก็เศร้าใจจริง ๆ แหละค่ะ แต่จะทำยังไงได้หากต้องการห่างไกลจากโรคร้าย เราเองก็จำเป็นจะต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุดใช่ไหมล่ะ

แต่เรื่องการล้างมือหรือการเว้นระยะห่างทางสังคมก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจและทำตามได้อย่างไม่ติดขัด แต่จะติดตรงเรื่องเดียวก็ตรงการใส่หน้ากากอนามัยนี่แหละ เพราะการใส่หน้ากากอนามัยนอกจากจะทำให้บดบังใบหน้าสวย ๆ ของเราแล้ว บางคนยังถึงขั้นแพ้เหงื่อ แพ้ความอับชื้น จนทำให้หน้าเริ่มมีสิวเม็ดเป้งขึ้นมา!

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เราได้รวบรวมทริคดี ๆ ที่จะช่วยให้ใบหน้าของสาว ๆ ห่างไกลจากสิวเมื่อต้องใส่แมสก์เป็นประจำมาฝาก รับรองว่าห่างไกลทั้งโรคห่างไกลทั้งสิวเลยค่ะ

ทริคง่าย ๆ ช่วยคุณห่างไกลจากสิวหลังใส่แมสก์

1. เลือกขนาดของหน้ากากอนามัยให้มีความพอดีกับใบหน้า ข้อสำคัญคือห้ามเลือกแบบรัด ๆ เด็ดขาด เพราะจะทำให้ใบหน้าอับชื้น และไม่มีอากาศถ่ายเท

2. รักษาความสะอาดของหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ทางที่ดีควรนำแมสก์ใส่ในถุงพลาสติก หรือถุงซิปล็อคเพื่อป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรีย  

3. ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยวันละ 2 เวลา เพื่อป้องกันไม่ให้หน้ากากอับชื้น ที่สำคัญห้ามนำหน้ากากแผ่นเก่ามาใส่เด็ดขาด

4. เลือกซื้อหน้ากากอนามัยที่มีความอ่อนโยนต่อผิว เพื่อเป็นการลดการเสียดสีของผิวหน้า

5. หากอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยควรถอดหน้ากากอนามัยออก เพื่อให้ใบหน้าได้ระบายความอับชื้น และก่อนการสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้งต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าไปสู่ใบหน้า แต่ที่สำคัญคือห้ามถอดในที่ชุมชนแออัดเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

6. ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง หรือหากใครที่แต่งหน้าก็ควรเลือกใช้คลีนเซอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดก่อนการล้างหน้า เพราะลำพังเพียงแค่โฟมล้างหน้าคงเอาสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไม่หมด ดังนั้นสาว ๆ ต้องขยันล้างหน้าหน่อยนะคะ

7. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีที่จะเข้าไปกระตุ้นการระคายเคือง ซึ่งโดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะเหมาะมาก ๆ อยู่แล้วกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ดังนั้นใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแรง ๆ อยู่ งดได้งดนะคะ

8. ควรแต่งหน้าแบบบาง ๆ หรือโนเมคอัพไปเลยก็ยิ่งดีค่ะ เพราะการแต่งหน้านอกจากจะเป็นต้นตอของปัญหาสิวแล้ว เมื่อเราสวมหน้ากากอนามัยทับลงไปก็อาจจะก่อให้เกิดการหมักหมม และนำไปสู่สาเหตุของการเกิดสิวเม็ดเป้งได้

ทั้งหมดนี้เป็นทริคดี ๆ ที่จะช่วยลดปัญหาสิวของสาว ๆ ที่ต้องสวมใส่แมสก์เป็นประจำแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากใครที่ทำตามทริคที่เราแนะนำ รับรองว่าผิวหน้าของสาว ๆ จะต้องกลับมาเนียนใสไร้สิวอีกแน่นอน

ข้อมูลจาก : BSL

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!

กระซิบเคล็ดลับขจัดปัญหาผิวข้อศอกดำด้าน

ปัญหาข้อศอก ตาตุ่ม หรือหัวเข่าดำ แห้งกร้าน ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติเลยก็ได้ว่า ซึ่งหนุ่ม ๆ หรือสาว ๆ ทุกคนคงไม่อยากให้ปัญหานี้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ด้วยพฤติกรรมหรือการกระทำต่าง ๆ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น การนั่งเรียน นั่งทำงาน นั่งขัดสมาธิ หรือแม้แต่การนั่งพับเพียบก็จะทำให้จุดต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับพื้นโดยตรงเกิดการเสียดสี และนำไปสู่การดำด้านได้เช่นกัน

แต่หากเราไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาได้ ฉะนั้น เราก็ควรมีเทคนิคเคล็ดลับต่าง ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหานี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เอมิลี่จะมากระซิบต่อเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวที่ดำด้านให้กลับมานุ่ม และกระจ่างใสดังเดิม ที่สำคัญงบไม่แรงแถมยังทำเองได้ที่บ้านด้วยน้า

มะนาว

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • มะนาวลูกกลม ๆ สีเขียว ๆ นี่แหละค่ะที่สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ของคุณได้ ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำมะนาวหั่นครึ่งมาถูที่บริเวณที่ต้องการ จากนั้นทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาที แล้วนำผ้าขนหนูแช่น้ำร้อนมาถูวนเบา ๆ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วจ้า

มันฝรั่ง

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • เนื่องจากในมันฝรั่งจะมาสารฟอกขาวตามธรรมชาติ ฉะนั้น จึงเหมาะมากสำหรับการนำมาขัดที่บริเวณดำด้าน วิธีทำนำมันฝรั่งมาสไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นจะนำมาขัดหรือคั้นเอาเฉพาะน้ำก็ได้เช่นกัน เมื่อทำเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้รอจนกว่าจะแห้ง เมื่อแห้งได้ที่ก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำรับรองว่าใสขึ้นแน่นอน

น้ำมันมะพร้าว + น้ำมะนาว

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • หากอยากให้ผิวบริเวณนั้นกระจ่างใสและนุ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กัน แนะนำให้ผสมน้ำมันมะพร้าวและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาบริเวณที่ต้องการ เมื่อขัดเสร็จแล้วให้นำผ้าชุบน้ำอุ่นมาขัดซ้ำอีกรอบ รอบรองว่าดี๊ดีแน่นอน

ผงข้าวโอ๊ต + นมสด

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • วิธีนี้เพียงแค่นำผงข้าวโอ๊ต 2 ช้อนชา มามิกซ์ให้เข้ากันกับนมสด 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นก็ถูบริเวณที่ต้องการเป็นวงกลม ถูวนไปเรื่อย ๆ จนครบ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น เท่านี้ผิวก็จะใสขึ้นและเนียนนุ่มขึ้นแล้ว

วาสลีน

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • สำหรับตัวนี้ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นอยู่แล้ว สำหรับวิธีการทำคือโบกเลยจ่ะแม่ โบกวาสลีนลงตามบริเวณหัวเข่า ตาตุ่ม และข้อศอก จากนั้นหาผ้าสะอาดหรือแร็ปพลาสติกมาพันเอาไว้ จากนั้นนอนหลับทิ้งข้ามคืนไปโลด ตื่นขึ้นมาเหมือนได้ผิวข้อศอกใหม่เลยล่ะคุณ

ทั้งหมดนี้เป็นทริคดี ๆ ที่ช่วยให้ผิวบริเวณข้อศอก ตาตุ่ม หัวเข่า และส่วนที่ดำด้านขาวกระจ่างใส และนุ่มขึ้นได้ ที่สำคัญจะต้องหมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองว่าผลลัพธ์มันดี๊ดีในราคาที่ถูกแถมไม่ต้องเจ็บตัวด้วยจ้า

ข้อมูลจาก : wongnai

Categories
เครื่องสำอาง

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง

ปัญหาผิวแบบนี้ใช้คอนซีลเลอร์แบบไหนดีนะ ?

ซึ่งจากบทความที่แล้วเอมิลี่ได้นำเสนอ How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด! กันไปแล้ว วันนี้เอมิลี่ก็มาทำตามสัญญาที่ไว้ให้กับทุกคน ด้วยการรวบรวมคอนซีลเลอร์ถูกและดี ซึ่งไม่ว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์อะไรสิ่งแรกที่คุณต้องคำนึงถึงคือ ‘สภาพผิว’ ซึ่งสภาพผิวของแต่ละคนมักมีความแตกต่างกัน ฉะนั้น ก่อนจะไปดูสินค้าแนะนำเรามาทำความรู้จักกับสภาพผิวกันก่อนเลย

มีรอยสิวและรอยแผลเป็นจากสิว : ควรเลือกคอนซีลเลอร์โทนสีเบจและสีเหลือง ที่สำคัญต้องเลือกโทนสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวของคุณมากที่สุด

มีกระและจุดด่างดำ : ควรเลือกคอนซีลเลอร์สีที่เข้มกว่าผิวจริง 1 ระดับ เพราะหากใช้สีสว่างก็จะยิ่งเน้นรอยดำให้ชัดยิ่งขึ้น

ผิวใต้ตาหมองคล้ำ : ควรเลือกใช้เป็นคอนซีลเลอร์ชนิดเหลวในกลุ่มสีเหลืองหรือสีชมพู ที่สำคัญต้องเลือกแบบที่เนื้อไม่หนัก เพราะมันจะทิ้งรอยคราบไว้บนใบหน้าของสาว ๆ ได้

แนะนำคอนซีลเลอร์ถูกและดี

L’OREAL PARIS TRUE MATCH CONCEALER

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • สำหรับคอนซีลเลอร์ตัวแรกมีให้เลือกทั้งหมด 6 เฉดสี เป็นเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ช่วยปรับสีผิว ที่สำคัญยังปกปิดร่องรอยต่าง ๆ บนใบหน้าได้นานถึง 18 ชั่วโมเลยนะจ๊ะ และใครที่กังวลว่าเอ๊ะหน้าฉันจะดูดรอป หรือแห้งกร้านไม่ บอกเลยยว่าไม่ค่ะ เพราะตัวนี้มาพร้อมกับการรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้า ค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 300 บาทเท่านั้น เริส ๆ

REVLON PhotoReady Concealer SPF20

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • หลายคนอาจจะคุ้นเคยรองพื้นฝาดำในตำนานที่ช่วยในเรื่องของการปกปิดที่ยาวนาน คราวนี้นางมาในรูปแบบของคอนซีลเลอร์แบบแท่ง ที่บอกเลยว่าไม่ผิดหวังจริง ๆ ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการปกปิดที่เนียนกริ๊บ ฉะนั้น น้องตัวนี้เนื้อเลยค่อนข้างหนัก แห้งนิด ๆ แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความปังอยู่ดี ราคาอยู่ที่ 325 บาทค่ะ

Maybelline New York Instant Age Rewind Eraser Dark Circle Treatment Concealer

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • รุ่นนี้บล็อกเกอร์หลายคนเคลมเลยค่ะว่าดีจริงไม่จกตา มีส่วนผสมของโกจิเบอร์รี่ และ Haloxyl ที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ทั้งยังช่วยเบลอริ้วรอยให้จางลงอีกด้วย เนื้อเหลว เกลี่ยง่าย ปกปิดดีเยี่ยม เอาเป็นว่าดีมากจริง ๆ ค่ะ ราคา 399 บาท

L.A. Girl HD PRO Conceal High-definition Concealer

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • คอนซีลเลอร์ราคาประหยัดสัญชาติอเมริกัน ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่สำคัญมีให้เลือกใช้หลายเฉดสีมาก ทำให้สาว ๆ ไม่ว่าจะผิวขาว ผิวเหลือง หรือผิวสองสีก็ใช้ได้หมด นอกจากนี้ยังใช้เป็นคอนทัวร์เก็บกรอบหน้าได้อีกด้วย คุณสมบัติเริสขนาดนี้ราคาเบา ๆ แค่ 295 บาทเท่านั้นแม่

CATRICE CAMOUFLAGE CREAM

ปกปิดขั้นเทพ! พามาส่องคอนซีลเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง
  • มาถึงคิวแบบครีมกันบ้างสำหรับรุ่นนี้แม้ว่าจะไม่มีเฉดสีให้เลือกมากนัก แต่ในเรื่องของความแน่น ความติดทน และการปกปิดต้องยกนิ้วโป้งให้นางจริง ๆ ค่ะ ที่สำคัญยังเป็นเนื้อครีมที่เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ และยังกันน้ำกันเหงื่อได้ดีสุด ๆ อีกด้วย ราคาอยู่ที่ 165 บาทเท่านั้น

เอาล่ะค่ะทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 คอนซีลเลอร์สุดปังที่เรานำมาฝากทั้งถูกและดีจริง ๆ ค่ะทุกคน รอบหน้าเอมิลี่จะมีอะไรมาฝากอีกอย่าลืมติดตามกันด้วยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : mybest

Categories
เครื่องสำอาง

How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด!

เลือกคอนซีลเลอร์ยังไงให้เหมาะกับการปกปิด ?

ในปัจจุบันนี้มีมลภาวะมากมายทั้งควันรถ อากาศ ฝุ่นร้ายต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็มักนำมาสู่ปัญหาผิวที่แก้ไม่หาย ทั้งรอยสิว รอยดำ และหน้าหมองคล้ำ ฉะนั้นสาว ๆ ห้ามยอมให้ปัญหาเหล่านี้เข้ามาทำลายความมั่นใจของเราได้ เราต้องลุกขึ้นสู้กับมันด้วยการเลือกเครื่องสำอางแบบเริ่ด ๆ ปกปิดพวกมันให้มิดชิด

ซึ่งตอนนี้บอกเลยว่าแค่รองพื้นก็เอาไม่อยู่ ดังนั้นคงต้องอาศัยช่วยตัวในการปกปิดดี ๆ อย่าง คอนซีลเลอร์ ซึ่งไอเทมตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะทำหน้าที่ปกปิดรอยคล้ำใต้ตา รอยไฝ รอยสิว รอยดำ รวมไปถึงรอยไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ บนใบหน้า เพื่อให้สาว ๆ ได้ออกไปเฉิดฉายได้อย่างมั่นใจ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้กกับคอนซีลเลอร์ที่รักกันเลย

How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด!

คอนซีลเลอร์มีกี่ประเภท ?

คอนซีลเลอร์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกันค่ะ ซึ่งการเลือกใช้คอลซีลเลอร์ก็ขึ้นอยู่กับร่องรอยหรือบริเวณที่คุณรู้สึกกังวลจนอยากจะปกปิด

คอลซีลเลอร์แบบแท่ง (Stick Concealer)

  • สำหรับคอลซีลเลอร์ประเภทนี้จะมาในรูปแบบของแท่ง พกพาสะดวก ใช้งานง่าย มีคุณสมบัติในการปกปิดรอยช้ำ ไฝ รวมไปถึงรอยแดงต่าง ๆ แต่ข้อเสียของคอนซีลเลอร์ประเภทนี้คือเนื้อของนางค่อนข้างจะหนัก ฉะนั้น ใครคิดจะใช้คอลซีลเลอร์ประเภทนี้ต้องมั่นใจในการแต่งหน้าระดับหนึ่ง ที่สำคัญเบามือด้วยน้า

คอนซีลเลอร์แบบเหลว (Liquid Concealer)

  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวมีปัญหาเป็นวงกว้าง เนื่องจากเนื้อจะมีความเหลวลื่น จึงทำให้เกลี่ยง่ายไม่ทิ้งคราบ แนะนำสำหรับคนที่เป็นฝ้า รอยแดง รวมไปถึงจุดด่างดำต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั้งใบหน้า แต่ข้อเสียคือไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากปกปิดแบบเนียบกริ๊บนะ เพราะเนื้อของนางค่อนข้างเบาจ้า
How to เลือกคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดเรียบเนียน ตรงจุด!

คอนซีลเลอร์แบบดินสอ (Pencil Concealer)

  • เหมาะสำหรับการปกปิดรอยเล็ก ๆ เฉพาะจุดบนใบหน้า หรือรอยต่าง ๆ ที่สามารถใช้เขียนได้โดยตรง ข้อดีคือใช้ง่าย ไม่ต้องใช้มือเกลี่ยให้เลอะเทอะ แต่ข้อจำกัดคือไม่เหมาะสำหรับผิวบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบดวงตา รอยแผลเป็นหรือรอบสิว (ที่ยังไม่แห้ง) เพราะอาจจะก่อให้เกิดความระคายเคืองได้

คอลซีนเลอร์แบบครีม (Cream Concealer)

  • คอนซีลเลอร์ประเภทนี้คือการนำข้อดีของคอนซีลเลอร์แบบแท่งและแบบเหลวมารวมกัน ซึ่งจะให้การปกปิดที่สูง แถมยังมีความเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญยังใช้งานง่าย จะทาเป็นจุดเล็ก ๆ หรือจะทาเป็นวงกว้างบอกเลยว่าเริ่ดปังปุริเย่!! แต่ข้อเสียก็คือคอนซีลเลอร์ประเภทนี้ต้องอาศัยแปรงปัดนะจ๊ะ ถึงจะทำออกมาได้อย่างมีคุณภาพ

เอาล่ะค่ะ รู้จักกับคอนซีลเลอร์แต่ละประเภทไปแล้ว ทีนี้สาว ๆ ก็สามารถเลือกใช้คอนซีลเลอร์ได้ตรงตามความต้องการ แต่แอบกระซิบหน่อยว่าหากไม่อยากให้หน้าเป็นคราบ หรือเกิดอาการแพ้ควรเลือกซื้อยี่ห้อดี ๆ ที่ผ่านการรับรองจะดีกว่า ไว้มีโอกาสเอมิลี่จะมาบอกต่อ คอนซีนเลอร์ถูกและดีมีอยู่จริง นะคะ รอติดตามกันได้เลย

ข้อมูลดี ๆ จาก : mybest

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!

เคล็ดลับมือนุ่มจนหนุ่ม ๆ อยากสัมผัส

ไม่ว่าเราจะทำอะไรจะยกของ หยิบของ เขียนหนังสือ ก็ต้องอาศัยอวัยวะสำคัญที่เรียกว่า ‘มือ’ กันอย่างแน่นอน ซึ่งมือนับได้ว่าเป็นอวัยวะที่เราใช้งานแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้ ฉะนั้นแล้วเราก็ควรจะบำรุงมือ ทำสครับ รวมไปถึงหมั่นทาครีมที่มือเป็นประจำ และต้องใส่ใจมือน้อย ๆ ของเรา พอ ๆ กับผิวหน้าและผิวกายเลย ที่สำคัญหากเราไม่หมั่นบำรุงผิวบริเวณมือในตอนนี้ ในอนาคตหากอายุเริ่มเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นบนมือก็จะเริ่มเห็นชัดขึ้นด้วยเช่นกัน

เพราะฉะนั้น เอมิลี่คนนี้ไม่อยากให้ทุกคนไปกังวลใจกันตอนแก่ วันนี้เอมิลี่เลยได้รวบรวมเคล็ดไม่ลับในการดูแลผิวมือให้เรียบเนียนและไม่หยาบกร้านมาฝากทุกคนกัน รับรองว่าทำตามง่ายแถมยังไม่เจ็บตัวอีกด้วยค่า

หมั่นทาแฮนด์ครีม

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • ตัวเลือกแฮนด์ครีมบอกเลยว่ามีมากมายเลยค่ะซิส ซึ่งครีมสำหรับมือส่วนใหญ่ก็จะมีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผิวบริเวณมือของเราเนียนนุ่ม ทั้งยังช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นได้ดีอีกด้วย ซึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้มือของเราได้รับการบำรุงอยู่ตลอดเวลา คือควรพกแฮนด์ครีมไปด้วยทุกที่ จากนั้นก็หยิบมาทาบ่อย ๆ เพียงเท่านี้เจ้าแฮนด์ครีมก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า แล้วฟื้นฟูผิวนุ่ม ๆ ให้กลับมาสู่เราแล้วค่ะ

น้ำซาวข้าวช่วยได้

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส! : www.tnews.co.th
  • กิจวัตรประจำนานาประการที่เป็นสาเหตุของมือที่เหี่ยวย่น เช่น การซักผ้า การล้างจาน การล้างห้องน้ำ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องสัมผัสกับน้ำยา ฉะนั้นแล้วควรจะดีท๊อกผิวมือด้วยการนำมือแช่ลงในน้ำซาวข้าวเป็นประจำ จากนั้นก็โปะแฮนด์ครีมซ้ำ เพียงเท่านี้มือของเราก็จะได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกแล้วค่ะ

สครับผิวมือเป็นประจำ

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส! : www.healthandtrend.com
  • ไม่เพียงแค่ผิวหน้าหรือผิวกายเท่านั้นที่คุณควรหมั่นสครับ แต่ผิวบริเวณมือก็ควรได้รับการสครับด้วยเช่นเดียวกัน วิธีการสครับผิวมือก็อาจจะใช้สูตรเดียวกับการสครับผิวเลยก็ได้ เช่น เกลือธรรมชาติ มะขาม ขมิ้น น้ำผึ้ง ว่านหางจระเข้ และอื่น ๆ ที่เป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับมือให้แห้ง แล้วปิดท้ายด้วยแฮนด์ครีมเหมือนเดิม

ห้ามกัดเล็บเด็ดขาด

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • เล็บเป็นส่วนประกอบสำคัญของมือ ฉะนั้นแล้วการที่เล็บของเราไม่สวยก็จะส่งผลทำให้มือของเราไม่น่ามองไปด้วย ที่สำคัญในเล็บยังเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคอีกด้วย ใครที่ติดนิสัยชอบกัดเล็บอยู่ต้องทำใจเลิกเดี๋ยวนี้เลยนะคะ

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ฉะนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และสำหรับอาหารที่ช่วยในการบำรุงมือและเล็บโดยตรงก็มีจำพวกโปรตีน วิตามินเอ วิตามินอี แคลเซียม และแร่ธาตุสังกะสีที่อยู่ในเมล็ดพืชต่าง ๆ อาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้นี่แหละค่ะที่จะช่วยดึงความเนียมนุ่มของมือให้กลับมา

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 5 ทริคดี ๆ ที่ช่วยให้คุณมีผิวมือที่เรียบเนียนและน่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น ใครที่อยากมีมือนุ่ม ๆ ไปอวดชาวโลกล่ะก็อย่าลืมทำตามเคล็ดไม่ลับเหล่านี้นะจ๊ะ

ข้อมูลดี ๆ จาก : akerufeed

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เตรียมโบกมือลาปากคล้ำ ด้วย 5 สูตรสครับปากสุดปัง!

สูตรสครับปากฉบับ DIY ราคาประหยัด!

เอาล่ะค่ะกลับมาพบกับเอมิลี่คนดีคนเดิม และแน่นอนเลยว่าเริ่มต้นพ.ศ.ใหม่ เอมิลี่คนนี้ก็ต้องมีอะไรใหม่ ๆ มาฝากทุกคนอีกเช่นเคย วันนี้เรามีอีกหนึ่งปัญหากวนใจของสาว ๆ นั่นก็คือ ‘สีปากคล้ำ’ ซึ่งต้นตอของการเกิดสีปากที่คล้ำก็มักมีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งในเรื่องของแสงแดด การสูบบุหรี่ กรรมพันธุ์ หรือคนที่เลือกใช้ลิปสติกที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่มีสารบำรุงที่ช่วยปากชุ่มชื้นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปากของสาว ๆ คล้ำได้ 

แต่สำหรับใครที่คิดว่าปัญหาปากคล้ำไม่ใช่ปัญหาใหญ่ล่ะก็ บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ ซึ่งสีปากที่คล้ำนอกจากจะทำให้เลือกลิปสติกยากแล้ว คนที่มีปากคล้ำ ไม่ชุ่มชื้น ยังทำให้ดูหน้าโทรมและดูแก่กว่าวัยอีกด้วยนะ

ใครที่อยากจัดการกับปัญหากวนใจเหล่านี้ แต่ก็ไม่อยากไปฝังสีที่ริมฝีปากให้เปลืองเงิน แถมยังเจ็บตัวมาก ๆ วันนี้เอมิลี่มีวิธีสครับปากด้วยสูตรธรรมชาติมาฝากทุกคนกัน รับรองว่าไม่เจ็บตัว ไม่เจ็บใจ และไม่กระทบเงินในกระเป๋าแน่นอนจ้า

5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.google.com

ผงกาแฟ + น้ำตาลทราย + วาสลีน

ใช้ผงกาแฟประมาณ ¼ ช้อนชา น้ำตาล 1-2 ช้อนชา และวาสลีน (ใส่พอให้เนื้อเหนียวข้น) สูตรนี้นอกจากจะช่วยให้ริมฝีปากนุ่ม ชุ่มชื้น และสุขภาพดีขึ้นแล้ว คุณยังจะได้กลิ่นหอม ๆ จากกาแฟแบบชื้นใจ ๆ อีกด้วยนะ แต่หากใครที่หาผงกาแฟไม่ได้ ใช้เป็นผงโกโก้แทนก็ได้นะจ๊ะ

5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.today.line.me

น้ำตาล + น้ำมะนาว

  • วิธีนี้บอกเลยว่าง่ายสุด ๆ เพียงแค่เอาน้ำตาลทรายสัก 1 ช้อนชา และบีบมะนาวเพิ่มอีก 1 ซีก คนให้เข้ากันจากนั้นนำมาขัด ๆ ถู ๆ ที่ริมฝีปากแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จแล้วจ้า
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.chillpainai.com

เกลือ + น้ำผึ้ง

  • สูตรนี้คุณสามารถกะปริมาณได้ตามความพึงพอใจ แต่อย่าให้เนื้อเหลวเป็นน้ำจนเกินไปนะ ซึ่งสูตรนี้นอกจากจะเป็นของหาง่ายแล้ว ยังเป็นสูตรที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ๆ และเติมความชุ่มชื้นให้กับปากอีกด้วย
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.howtoperfect.net

เบกกิ้งโซดา + น้ำผึ้ง

  • นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่าง อย่างละ 1 ช้อนชามาผสมให้เข้ากัน จากนั้นถูสครับที่ปากวนไปมาเบา ๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเสริมทัพด้วยลิปบาล์มเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับปาก เท่านี้ปากของคุณก็จะนุ่มน่าจุ๊บสุด ๆ แล้วล่ะค่ะ
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.naadeng.com

ผงขมิ้น + นมสด

  • ขมิ้นมีสรรพคุณที่ขึ้นชื่อในการบำรุงผิวมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะฉะนั้นแล้วขมิ้นก็สามารถนำมาสครับปากได้เช่นกัน งิธีการเพียงแค่น้ำผงขมิ้น 1 ช้อนชา มาผสมกับนมสดปริมาณ ¼ แก้ว จากนั้นนำมานวดที่ริมฝีปาก ปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ปากของคุณก็จะค่อย ๆ ชมพูขึ้นแล้วจ้า

เป็นอย่างไรบ้างคะกับสูตรสครับปากที่เอมิลี่นำมาฝาก ทั้งง่าย ทั้งประหยัด แถมยังสะดวกสุด ๆ ใช่ไหมล่ะ หากใครที่อยากให้ผิวปากดูชุ่มชื้น น่าจุ๊บ ก็รีบไปเตรียมส่วนประกอบแล้วทำตามได้เลยจ้า

ข้อมูลจาก : Thairath

Categories
เครื่องสำอาง

เลือกสีลิปสติกยังไง ให้เหมาะกับผิวคุณ

สวัสดีค่า…เจอะเจอกันอีกเช่นเคย กับเอมิลี่ผู้ที่จะบอกต่อเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับการแต่งหน้าให้กับทุกคน แต่ไหน ๆ ก็เริ่มพูดถึงคำว่าแต่งหน้าแล้ว เวลาสาว ๆ จะออกไปไหนมาไหนหากเลือกเครื่องสำอางออกไปได้แค่หนึ่งชิ้น สาว ๆ จะเลือกอะไรกันคะ ? แน่นอนเลยว่า ‘ลิปสติก’ จะต้องเป็นตัวเลือกที่สาว ๆ หลายคนต้องรีบหยิบก่อนออกจากบ้านแน่ ๆ เพราะการทาลิปสติกจะช่วยให้เราดูเป็นคนสุขภาพดี ไม่ป่วย ที่สำคัญทาลิปแค่แท่งเดียวบอกเลยว่าเอาอยู่ แต่บางคนก็กำลังประสบกับปัญหาใหญ่ อย่างการซื้อลิปมาทาแล้วไม่เหมาะกับผิว ซึ่งวันนี้เอมิลี่ก็มีเทคนิคการเลือกลิปให้เหมาะกับผิวมาฝากอีกเช่นเคยค่า  

สีผิวโทนนี้ต้องใช้ลิปแบบไหนนะ ?

โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวขาวอมชมพู
  • สาวผิวขาวอมชมพู : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้ การทาลิปจะค่อนข้างเปิดเลยค่ะ จะเลือกเป็นสีนมชมพูหวาน ๆ ก็ดูจะเหมาะ หรือจะพลิกลุคเป็นสีนู้ดก็เข้า แถมยังดูไม่เป็นคนป่วยอีกด้วยนะคะ
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวขาวเหลือง
  • สาวผิวขาวเหลือง : สำหรับสาว ๆ โทนสี ถึงแม้ว่าจะมีผิวขาวแต่ผิวก็ค่อนข้างจะเหลืองหรือน้ำตาลอยู่หน่อย ๆ ฉะนั้นสีลิปที่เหมาะคือโทนส้ม โทนน้ำตาล หรือโทนชมพูน้ำตาล อย่าเน้นสีสว่างมากเกินไปค่ะ
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวสองสี
  • สาวผิวสองสี : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้จะขาวก็ไม่ขาว แต่ก็ไม่คล้ำซะทีเดียว แต่ข้อดีก็คือเป็นสาว ๆ ที่สามารถทาลิปได้หลายเฉดสีมาก แต่ถ้าอยากให้ใบหน้าดูขาวสว่างกว่าเดิมแนะนำให้ทาโทรสีส้มพีช หรือจะเป็นสีแดงหรือแดงส้มก็แอบปังอยู่ค่ะแม่
โทนสลิปสติกที่เหมาะกับสาวผิวเข้ม
  • สาวผิวเข้ม : สำหรับสาว ๆ ผิวนี้ จะเหมาะกับลิปสติกเฉดสีน้ำตาลหรือสีแดงก่ำ ๆ ไปจนถึงสีแด้งเข้ม แต่ทริคเด็ดสำหรับสาว ๆ ผิวสีเข้มคือทารองพื้นหรือแป้งลงบนปากเพื่อปรับระดับสี จากนั้นจึงทาลิปสติกทับ วิธีนี้จะทำให้ผาของคุณดูสว่างและโดดเด่นขึ้นมาเลยค่ะ

แต่บางครั้งเวลาเราลองลิปสติกจนมั่นใจแล้วว่า สีนี้แหละที่เหมาะกับฉัน แต่เมื่อนำมาทาจริง ๆ ผลลัพธ์กลับเป็นที่ไม่น่าพอใจ ทำให้สาว ๆ เสียทั้งเงินเสียทั้งใจ เพราะอุตส่าห์ซื้อมาแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้ใช้อย่างใจคิด ฉะนั้น ทริคในการเลือกลิปสติกที่ดีที่สุดคือลองปาดลิปลงบนปลายนิ้วมือค่ะ

ทริคเลือกซื้อลิปสติกให้เหมาะกับผิวคุณ

สาว ๆ หลายคนคงกำลังใช้วิธีเทสต์ที่ท้องแขนก่อนซื้อ ซึ่งผิวบริเวณท้องแขนกับผิวปากเรานั้นมีความแตกต่างกัน แต่ผิวที่ใกล้เคียงกับปากเรามากที่สุดจะอยู่บริเวณปลายนิ้ว ที่สำคัญปลายนิ้วยังมีเส้นคล้าย ๆ กับเส้นริมฝีปาก ทำให้เราสามารถดูเนื้อของลิปได้ด้วยนะว่ามีความเหมาะหรือไม่

หากรู้วิธีแบบนี้แล้วก็อย่าลืมเลือกซื้อสลิปติกแท่งโปรดให้เหมาะกับผิวปากของเรานะคะ ต่อไปเอมิลี่มีทริคอะไรดี ๆ อีกเดี๋ยวจะเอามาฝากแน่นอนจ้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : LINE TO DAY

Categories
เครื่องสำอาง

คอนทัวร์ กับ บรอนเซอร์ ต่างกันยังไง เลือกเฉดสีไหนให้เหมาะกับผิว ?

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่เพิ่งเริ่มแต่งหน้า หรืออาจจะแต่งหน้ามานิด ๆ หน่อย ๆ แต่ต้องการจะแต่งหน้าให้เต็มขึ้น ปัญหาของสาว ๆ 2 กลุ่มนี้ที่ตรงกันก็คือเกิดความสับสนของเครื่องสำอาง ว่านอกจากครีมกันแดด รองพื้น แป้ง ลิปสติก สาว ๆ ควรที่จะใช้อะไรในการแต่งหน้าอีก

โดยเฉพาะเครื่องสำอาง 2 ชนิด อย่าง คอนทัวร์และบรอนเซอร์ ที่มองเผิน ๆ หน้าตาก็คล้ายกันจนแยกไม่ออก วันนี้เอมิลี่จะพาทุกคนไปเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้แบบชัด ๆ ว่าเครื่องสำอางทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกันยังไง นอกจากนี้ยังรวบรวมเทคนิคการเลือกเฉดสีมาฝากอีกด้วยนะ ไปดูกันเลยค่า

คอนทัวร์ช่วยเรื่องอะไร ?

คอนทัวร์คืออะไรไหนเล่าสิ๊ ?

  • คอนทัวร์ หรือ Conturing คือเทคนิคการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางที่มีสีเข้มกว่าผิว เพื่อเป็นการเก็บกรอบหน้า โหนกแก้ม สันจมูก กราม และบริเวณขมับ เพื่อให้สีของมันเล่นเงาให้หน้าของเราดูเรียวและชัดขึ้น

    ซึ่งเครื่องสำอางประเภทนี้จะเป็นเนื้อแมทต์ ไม่มีชิมเมอร์วิบวับ โทนสีจะออกเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลอมเทา หากเลือกใช้แบบเนื้อครีมให้ทาหลังรองพื้นก่อนจะทาแป้งฝุ่น แต่หากเลือกคอนทัวร์แบบฝุ่นให้ทาหลังการทาแป้งเสร็จค่ะ
บรอนเซอร์ช่วยเรื่องอะไร ?

บรอนเซอร์ล่ะแม่ เป็นยังไง ?

  • Bronzer เป็นเครื่องสำอางที่มีชิมเมอร์วิวับผสมอยู่ หากใครทาแล้วก็จะช่วยให้ผิวดูโกลว์และฉ่ำวาว ทาแล้วประหนึ่งเป็นสาวผู้กินน้ำครบวันละ 8 แก้ว ออกแดดแต่ละครั้งบอกเลยว่าผิวดูบ่มแดดสุด ๆ ซึ่งเครื่องสำอางประเภทนี้เหมาะมากสำหรับสาว ๆ สาย ฝ. ส่วนมากจะใช้ลงเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังการแต่งหน้าเสร็จ แต่ข้อควรระวังก็คือควรเลือกให้เหมาะกับผิวมากที่สุด ที่สำคัญห้ามมือหนักเด็ดขาด เพราะจากหน้าวิ๊งสุขภาพดี จะกลายเป็นหนังปลาทูแม่กลองได้เช่นกันนะจ๊ะ

เทคนิคการเลือกบรอนเซอร์ให้เข้ากับผิว

  • สาวผิวแทน : เลือกใช้โทนสีน้ำตาลเข้มอมส้ม น้ำตาลอิฐ ไม่ควรเลือกสีเบจหรือชมพู
  • สาวผิวขาวเหลือง : เน้นสีน้ำตาล โทนเหลืองเข้ม หรือน้ำตาลประกายทอง
  • สาวผิวขาวชมพู : เน้นสีสดใส เช่น สีแดงกุหลาบ ชมพู หรือสีเบจ
ข้อแตกต่างของคอนทัวร์ กับ บรอนเซอร์

สรุปข้อแตกต่าง คอนทัวร์ Vs บรอนเซอร์

  • เครื่องสำอางทั้ง 2 ประเภทช่วยปรับผิวของเราให้เข้มขึ้นและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • คอนทัวร์จะเป็นเนื้อแมทต์ ส่วนบรอนเซอร์จะเป็นชิมเมอร์
  • คอนทัวร์ใช้สร้างกรอบหน้า ส่วนบรอนเซอร์ช่วยทำให้หน้าดูโกลว์
  • คอนทัวร์ 2 ชนิด สามารถแยกกันทาก่อนลงแป้งหรือหลังลงแป้งได้ แต่บรอนเซอร์ทั้งแบบครีมและฝุ่น จะต้องทาเป็นลำดับสุดท้ายของการแต่งหน้าเท่านั้น

การแต่งหน้าไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมล่ะ ลองไปเลือกซื้อคอนทัวร์กับบรอนเซอร์มาอย่างละชิ้นแล้วลองฝึกฝีมือตัวเองบ่อย ๆ เชื่อได้เลยค่ะ ว่าการแต่งหน้าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแน่นอน เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยค่า

ข้อมูลดี ๆ จาก : kapook