Categories
วิธีแก้ปัญหา

แนะทริคเด็ด! แก้ปัญหารอยแตกลายให้ดีขึ้นได้ ไม่ยาก

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

ปัญหารอยแตกลายตามแขนและขา นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่มักจะมากวนใจสาว ๆ อยู่เสมอ ซึ่งหลายคนถึงขั้นไม่กล้าใส่เสื้อเอวลอย กางเกงขาสั้น หรือชุดที่เผยให้เห็นถึงต้นแขน นั่นก็เป็นเพราะว่าบริเวณเหล่านั้นมักจะมีริ้วรอยแตกที่เห็นได้ชัดปรากฏอยู่ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เรามีทริคดี ๆ ที่ช่วยให้รอยแตกลายของสาว ๆ จางลงได้มาฝากกันค่ะ

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

การดื่มน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างเลยก็ว่าได้ ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้วนั้น นอกจากจะช่วยในเรื่องระบบภายในได้ดีแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณของเราชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

น้ำมันมะกอกช่วยได้

น้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติเด่นที่ช่วยทั้งในเรื่องของเส้นผมและผิวพรรณ โดยน้ำมันมะกอกจะมีฤทธิ์ที่เหมาะจะเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับการบำรุงผิว ซึ่งวิธีการก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่คุณนำน้ำมันมะกอกเข้าไมโครเวฟให้พออุ่น จากนั้นก็ค่อย ๆ ทาลงบริเวณที่มีรอยแตกลาย แล้วลากออกด้วยน้ำสะอาด ความอุ่นของนางนี่แหละที่ช่วยให้ผิวของเราไม่แห้งกร้าน

มันฝรั่งของโปรด

อ่านไม่ผิดเลยค่า มันฝรั่งที่เราไว้ใช้ทำเมนูสุดโปรดตั่ง ๆ นี่แหละ ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยปราบรอยแตกลาย วิธีการก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ตัดมันฝรั่งเป็นชิ้นหนา ๆ จากนั้นก็นำมาถูตรงบริเวณที่มีรอยแตกลายประมาณ 3-5 นาที แล้วปล่อยให้น้ำมันฝรั่งค่อย ๆ ซึมลงผิวแล้วปิดท้ายด้วยการล้างออกก็เป็นอันเสร็จแล้ว

ว่านหางจระเข้

อย่างที่ทราบกันนะว่าเจ้าว่านหางจระเข้มักถูกนำมาเป็นตัวสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว ที่สำคัญยังทำง่ายมาก ๆ เพียงนำว่านหาง (แนะนำว่าต้นสดๆ) มาถูบริเวณรอยแตก แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เท่านี้ผิวที่เป็นรอยแตกก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นแล้ว ที่สำคัญยังทำเป็นประจำทุกวันได้ด้วย ไม่ระคายเคืองผิวแน่นอน

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

ไข่ขาว

ในไข่ขาวจะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยให้เซลล์ผิวของเราได้รับการฟื้นฟู ซึ่งขั้นตอนนี้เพียงแค่คุณแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว จากนั้นใช้แปรงขนนุ่ม หรือจะเป็นนิ้วมือก็ได้ปาดไข่ขาวมาทาบริเวณรอยแตก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที (จนกว่าจะแห้ง) จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นได้เลย

เลม่อน

ปิดท้ายกันที่น้ำเลม่อน ซึ่งในน้ำเลม่อนจะมีความเป็นกรดที่เป็นสิ่งที่ทำให้รอยแตกรวมไปถึงแผลต่าง ๆ ดูจางลงได้ ซึ่งวิธีการทำคือหั่นเลม่อนครึ่งลูกจากนั้นนำมาถูบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะกับวิธีธรรมชาติในการลดรอยแตกลายที่เรานำมาฝาก ข้อสำคัญคือสาว ๆ ต้องหมั่นทำเป็นประจำนะถึงจะเห็นผลได้ชัด ผลลัพธ์เป็นยังไงอย่าลืมมาอัปเดตนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : Sanook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

รู้ไว้ใช่ว่า แท้จริงแล้วกลิ่นกายเกิดจากอะไรกันแน่ ?

ใครกำลังเจอกับปัญหากลิ่นตัวแรงกว่าอื่น ๆ บ้างไหมคะ ? ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เซ้นซิทีฟเอามาก ๆ เพราะการมีกลิ่นตัวนอกจากจะทำให้คนข้าง ๆ มองแรงแล้ว ตัวเราเองก็ยังไม่มั่นใจมาก ๆ อีกด้วย โดยเรื่องนี้ถือเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจให้กลิ่นตัวมันเกินลิมิตกว่าคนทั่วไป แต่ด้วยอากาศในบ้านเราที่ร้อนแบบสุด ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันอาจจะมีกลิ่นหลุดรอดวงแขนออกมาได้ โดยวันนี้เอมิลี่มีเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวที่แรงกว่าคนทั่วไปมาฝากกันค่ะ

เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

การไม่รักษาความสะอาด

  • เหตุผลแรกของคนที่มีกลิ่นตัว มักเกิดจากการไม่รักษาความสะอาด หรือปล่อยให้บริเวณจุดลับต่าง ๆ มีขน ที่ส่งผลต่อความอับชื้นได้

น้ำหนักเกินมาตรฐาน

  • โดยส่วนใหญ่แล้วหากคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ตรงบริเวณต่าง ๆ อาทิ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ ฯลฯ มักจะผลิตเหงื่อออกมามากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวตามมาตรฐาน แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าคนน้ำหนักเยอะทุกคนจะมีกลิ่นตัวนะคะ เพราะคนผอมบางคนก็สามารถเกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน

รับประทานอาหารรสจัด

  • การรับประทานอาหารรสจัดนอกจากจะทำให้เหงื่อออกเยอะกว่าคนที่ไม่ทานแล้ว การรับประทานอาหารประเภท หัวหอม กระเทียม หอมแดง หรืออาหารที่มีเครื่องเทศแบบจัด ๆ ยังส่งผลทำให้กลิ่นที่ออกมาไม่พึงประสงค์อีกด้วย
เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

รับประทานของทอด – ของมัน

  • ซึ่งเหตุผลนี้นอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้แล้ว ผู้ที่รับประทานอาหารประเภทนี้บ่อย ๆ มันยังเข้าไปกระตุ้นการทำงานที่บริเวณจุดลับของเราอกด้วยนะ

ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย

  • ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ โดยคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ อาจจะไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ว ตัวเองเป็นคนมีกลิ่นตัว ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะต่อให้คุณไม่มีกลิ่นตัวแต่มันก็สามารถสร้างความมั่นใจที่จะพบปะคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นให้เหมาะกับสภาพวงแขนของตัวเองด้วยนะคะ

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้คุณอาจมีกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์มากกว่าคนอื่น ๆ หากใครที่มีกลิ่นกายก็ค่อย ๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างไปเรื่อย ๆ รับรองว่าต่อไปคุณจะต้องมีกลิ่นกายที่หอมสดชื่น และน่าสัมผัสมากขึ้นแน่นอนเลย เป็นกำลังใจให้ทุกคนน้า

ข้อมูลจาก : Sanook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

เทคนิคง่าย ๆ ใส่แมสก์อย่างไรให้ใบหน้าไร้สิว  

เชื้อโควิด-19 ในตอนนี้บอกเลยว่าน่ากลัวสุด ๆ จะออกไปไหนแต่ละครั้งก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องขยันล้างมือบ่อย ๆ แถมยังไม่ได้ปาร์ตี้สังสรรกับเหล่าเพื่อนสาวอีกด้วย คิดแล้วก็เศร้าใจจริง ๆ แหละค่ะ แต่จะทำยังไงได้หากต้องการห่างไกลจากโรคร้าย เราเองก็จำเป็นจะต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุดใช่ไหมล่ะ

แต่เรื่องการล้างมือหรือการเว้นระยะห่างทางสังคมก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจและทำตามได้อย่างไม่ติดขัด แต่จะติดตรงเรื่องเดียวก็ตรงการใส่หน้ากากอนามัยนี่แหละ เพราะการใส่หน้ากากอนามัยนอกจากจะทำให้บดบังใบหน้าสวย ๆ ของเราแล้ว บางคนยังถึงขั้นแพ้เหงื่อ แพ้ความอับชื้น จนทำให้หน้าเริ่มมีสิวเม็ดเป้งขึ้นมา!

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เราได้รวบรวมทริคดี ๆ ที่จะช่วยให้ใบหน้าของสาว ๆ ห่างไกลจากสิวเมื่อต้องใส่แมสก์เป็นประจำมาฝาก รับรองว่าห่างไกลทั้งโรคห่างไกลทั้งสิวเลยค่ะ

ทริคง่าย ๆ ช่วยคุณห่างไกลจากสิวหลังใส่แมสก์

1. เลือกขนาดของหน้ากากอนามัยให้มีความพอดีกับใบหน้า ข้อสำคัญคือห้ามเลือกแบบรัด ๆ เด็ดขาด เพราะจะทำให้ใบหน้าอับชื้น และไม่มีอากาศถ่ายเท

2. รักษาความสะอาดของหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ทางที่ดีควรนำแมสก์ใส่ในถุงพลาสติก หรือถุงซิปล็อคเพื่อป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรีย  

3. ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยวันละ 2 เวลา เพื่อป้องกันไม่ให้หน้ากากอับชื้น ที่สำคัญห้ามนำหน้ากากแผ่นเก่ามาใส่เด็ดขาด

4. เลือกซื้อหน้ากากอนามัยที่มีความอ่อนโยนต่อผิว เพื่อเป็นการลดการเสียดสีของผิวหน้า

5. หากอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยควรถอดหน้ากากอนามัยออก เพื่อให้ใบหน้าได้ระบายความอับชื้น และก่อนการสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้งต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าไปสู่ใบหน้า แต่ที่สำคัญคือห้ามถอดในที่ชุมชนแออัดเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

6. ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง หรือหากใครที่แต่งหน้าก็ควรเลือกใช้คลีนเซอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดก่อนการล้างหน้า เพราะลำพังเพียงแค่โฟมล้างหน้าคงเอาสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไม่หมด ดังนั้นสาว ๆ ต้องขยันล้างหน้าหน่อยนะคะ

7. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีที่จะเข้าไปกระตุ้นการระคายเคือง ซึ่งโดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะเหมาะมาก ๆ อยู่แล้วกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ดังนั้นใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแรง ๆ อยู่ งดได้งดนะคะ

8. ควรแต่งหน้าแบบบาง ๆ หรือโนเมคอัพไปเลยก็ยิ่งดีค่ะ เพราะการแต่งหน้านอกจากจะเป็นต้นตอของปัญหาสิวแล้ว เมื่อเราสวมหน้ากากอนามัยทับลงไปก็อาจจะก่อให้เกิดการหมักหมม และนำไปสู่สาเหตุของการเกิดสิวเม็ดเป้งได้

ทั้งหมดนี้เป็นทริคดี ๆ ที่จะช่วยลดปัญหาสิวของสาว ๆ ที่ต้องสวมใส่แมสก์เป็นประจำแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากใครที่ทำตามทริคที่เราแนะนำ รับรองว่าผิวหน้าของสาว ๆ จะต้องกลับมาเนียนใสไร้สิวอีกแน่นอน

ข้อมูลจาก : BSL

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!

กระซิบเคล็ดลับขจัดปัญหาผิวข้อศอกดำด้าน

ปัญหาข้อศอก ตาตุ่ม หรือหัวเข่าดำ แห้งกร้าน ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติเลยก็ได้ว่า ซึ่งหนุ่ม ๆ หรือสาว ๆ ทุกคนคงไม่อยากให้ปัญหานี้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ด้วยพฤติกรรมหรือการกระทำต่าง ๆ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น การนั่งเรียน นั่งทำงาน นั่งขัดสมาธิ หรือแม้แต่การนั่งพับเพียบก็จะทำให้จุดต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับพื้นโดยตรงเกิดการเสียดสี และนำไปสู่การดำด้านได้เช่นกัน

แต่หากเราไม่สามารถแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาได้ ฉะนั้น เราก็ควรมีเทคนิคเคล็ดลับต่าง ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหานี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เอมิลี่จะมากระซิบต่อเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวที่ดำด้านให้กลับมานุ่ม และกระจ่างใสดังเดิม ที่สำคัญงบไม่แรงแถมยังทำเองได้ที่บ้านด้วยน้า

มะนาว

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • มะนาวลูกกลม ๆ สีเขียว ๆ นี่แหละค่ะที่สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ของคุณได้ ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำมะนาวหั่นครึ่งมาถูที่บริเวณที่ต้องการ จากนั้นทิ้งไว้สักประมาณ 15-20 นาที แล้วนำผ้าขนหนูแช่น้ำร้อนมาถูวนเบา ๆ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วจ้า

มันฝรั่ง

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • เนื่องจากในมันฝรั่งจะมาสารฟอกขาวตามธรรมชาติ ฉะนั้น จึงเหมาะมากสำหรับการนำมาขัดที่บริเวณดำด้าน วิธีทำนำมันฝรั่งมาสไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นจะนำมาขัดหรือคั้นเอาเฉพาะน้ำก็ได้เช่นกัน เมื่อทำเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้รอจนกว่าจะแห้ง เมื่อแห้งได้ที่ก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำเป็นประจำรับรองว่าใสขึ้นแน่นอน

น้ำมันมะพร้าว + น้ำมะนาว

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • หากอยากให้ผิวบริเวณนั้นกระจ่างใสและนุ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กัน แนะนำให้ผสมน้ำมันมะพร้าวและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาบริเวณที่ต้องการ เมื่อขัดเสร็จแล้วให้นำผ้าชุบน้ำอุ่นมาขัดซ้ำอีกรอบ รอบรองว่าดี๊ดีแน่นอน

ผงข้าวโอ๊ต + นมสด

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • วิธีนี้เพียงแค่นำผงข้าวโอ๊ต 2 ช้อนชา มามิกซ์ให้เข้ากันกับนมสด 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นก็ถูบริเวณที่ต้องการเป็นวงกลม ถูวนไปเรื่อย ๆ จนครบ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น เท่านี้ผิวก็จะใสขึ้นและเนียนนุ่มขึ้นแล้ว

วาสลีน

เคล็ดลับสครับผิวข้อศอกให้กระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส!
  • สำหรับตัวนี้ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้นอยู่แล้ว สำหรับวิธีการทำคือโบกเลยจ่ะแม่ โบกวาสลีนลงตามบริเวณหัวเข่า ตาตุ่ม และข้อศอก จากนั้นหาผ้าสะอาดหรือแร็ปพลาสติกมาพันเอาไว้ จากนั้นนอนหลับทิ้งข้ามคืนไปโลด ตื่นขึ้นมาเหมือนได้ผิวข้อศอกใหม่เลยล่ะคุณ

ทั้งหมดนี้เป็นทริคดี ๆ ที่ช่วยให้ผิวบริเวณข้อศอก ตาตุ่ม หัวเข่า และส่วนที่ดำด้านขาวกระจ่างใส และนุ่มขึ้นได้ ที่สำคัญจะต้องหมั่นทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองว่าผลลัพธ์มันดี๊ดีในราคาที่ถูกแถมไม่ต้องเจ็บตัวด้วยจ้า

ข้อมูลจาก : wongnai

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!

เคล็ดลับมือนุ่มจนหนุ่ม ๆ อยากสัมผัส

ไม่ว่าเราจะทำอะไรจะยกของ หยิบของ เขียนหนังสือ ก็ต้องอาศัยอวัยวะสำคัญที่เรียกว่า ‘มือ’ กันอย่างแน่นอน ซึ่งมือนับได้ว่าเป็นอวัยวะที่เราใช้งานแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้ ฉะนั้นแล้วเราก็ควรจะบำรุงมือ ทำสครับ รวมไปถึงหมั่นทาครีมที่มือเป็นประจำ และต้องใส่ใจมือน้อย ๆ ของเรา พอ ๆ กับผิวหน้าและผิวกายเลย ที่สำคัญหากเราไม่หมั่นบำรุงผิวบริเวณมือในตอนนี้ ในอนาคตหากอายุเริ่มเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นบนมือก็จะเริ่มเห็นชัดขึ้นด้วยเช่นกัน

เพราะฉะนั้น เอมิลี่คนนี้ไม่อยากให้ทุกคนไปกังวลใจกันตอนแก่ วันนี้เอมิลี่เลยได้รวบรวมเคล็ดไม่ลับในการดูแลผิวมือให้เรียบเนียนและไม่หยาบกร้านมาฝากทุกคนกัน รับรองว่าทำตามง่ายแถมยังไม่เจ็บตัวอีกด้วยค่า

หมั่นทาแฮนด์ครีม

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • ตัวเลือกแฮนด์ครีมบอกเลยว่ามีมากมายเลยค่ะซิส ซึ่งครีมสำหรับมือส่วนใหญ่ก็จะมีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผิวบริเวณมือของเราเนียนนุ่ม ทั้งยังช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นได้ดีอีกด้วย ซึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้มือของเราได้รับการบำรุงอยู่ตลอดเวลา คือควรพกแฮนด์ครีมไปด้วยทุกที่ จากนั้นก็หยิบมาทาบ่อย ๆ เพียงเท่านี้เจ้าแฮนด์ครีมก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า แล้วฟื้นฟูผิวนุ่ม ๆ ให้กลับมาสู่เราแล้วค่ะ

น้ำซาวข้าวช่วยได้

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส! : www.tnews.co.th
  • กิจวัตรประจำนานาประการที่เป็นสาเหตุของมือที่เหี่ยวย่น เช่น การซักผ้า การล้างจาน การล้างห้องน้ำ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องสัมผัสกับน้ำยา ฉะนั้นแล้วควรจะดีท๊อกผิวมือด้วยการนำมือแช่ลงในน้ำซาวข้าวเป็นประจำ จากนั้นก็โปะแฮนด์ครีมซ้ำ เพียงเท่านี้มือของเราก็จะได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกแล้วค่ะ

สครับผิวมือเป็นประจำ

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส! : www.healthandtrend.com
  • ไม่เพียงแค่ผิวหน้าหรือผิวกายเท่านั้นที่คุณควรหมั่นสครับ แต่ผิวบริเวณมือก็ควรได้รับการสครับด้วยเช่นเดียวกัน วิธีการสครับผิวมือก็อาจจะใช้สูตรเดียวกับการสครับผิวเลยก็ได้ เช่น เกลือธรรมชาติ มะขาม ขมิ้น น้ำผึ้ง ว่านหางจระเข้ และอื่น ๆ ที่เป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้น จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับมือให้แห้ง แล้วปิดท้ายด้วยแฮนด์ครีมเหมือนเดิม

ห้ามกัดเล็บเด็ดขาด

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • เล็บเป็นส่วนประกอบสำคัญของมือ ฉะนั้นแล้วการที่เล็บของเราไม่สวยก็จะส่งผลทำให้มือของเราไม่น่ามองไปด้วย ที่สำคัญในเล็บยังเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคอีกด้วย ใครที่ติดนิสัยชอบกัดเล็บอยู่ต้องทำใจเลิกเดี๋ยวนี้เลยนะคะ

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลมือให้เนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน น่าสัมผัส!
  • อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ฉะนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และสำหรับอาหารที่ช่วยในการบำรุงมือและเล็บโดยตรงก็มีจำพวกโปรตีน วิตามินเอ วิตามินอี แคลเซียม และแร่ธาตุสังกะสีที่อยู่ในเมล็ดพืชต่าง ๆ อาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้นี่แหละค่ะที่จะช่วยดึงความเนียมนุ่มของมือให้กลับมา

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 5 ทริคดี ๆ ที่ช่วยให้คุณมีผิวมือที่เรียบเนียนและน่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น ใครที่อยากมีมือนุ่ม ๆ ไปอวดชาวโลกล่ะก็อย่าลืมทำตามเคล็ดไม่ลับเหล่านี้นะจ๊ะ

ข้อมูลดี ๆ จาก : akerufeed

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เตรียมโบกมือลาปากคล้ำ ด้วย 5 สูตรสครับปากสุดปัง!

สูตรสครับปากฉบับ DIY ราคาประหยัด!

เอาล่ะค่ะกลับมาพบกับเอมิลี่คนดีคนเดิม และแน่นอนเลยว่าเริ่มต้นพ.ศ.ใหม่ เอมิลี่คนนี้ก็ต้องมีอะไรใหม่ ๆ มาฝากทุกคนอีกเช่นเคย วันนี้เรามีอีกหนึ่งปัญหากวนใจของสาว ๆ นั่นก็คือ ‘สีปากคล้ำ’ ซึ่งต้นตอของการเกิดสีปากที่คล้ำก็มักมีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งในเรื่องของแสงแดด การสูบบุหรี่ กรรมพันธุ์ หรือคนที่เลือกใช้ลิปสติกที่ไม่ได้คุณภาพ และไม่มีสารบำรุงที่ช่วยปากชุ่มชื้นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปากของสาว ๆ คล้ำได้ 

แต่สำหรับใครที่คิดว่าปัญหาปากคล้ำไม่ใช่ปัญหาใหญ่ล่ะก็ บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ ซึ่งสีปากที่คล้ำนอกจากจะทำให้เลือกลิปสติกยากแล้ว คนที่มีปากคล้ำ ไม่ชุ่มชื้น ยังทำให้ดูหน้าโทรมและดูแก่กว่าวัยอีกด้วยนะ

ใครที่อยากจัดการกับปัญหากวนใจเหล่านี้ แต่ก็ไม่อยากไปฝังสีที่ริมฝีปากให้เปลืองเงิน แถมยังเจ็บตัวมาก ๆ วันนี้เอมิลี่มีวิธีสครับปากด้วยสูตรธรรมชาติมาฝากทุกคนกัน รับรองว่าไม่เจ็บตัว ไม่เจ็บใจ และไม่กระทบเงินในกระเป๋าแน่นอนจ้า

5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.google.com

ผงกาแฟ + น้ำตาลทราย + วาสลีน

ใช้ผงกาแฟประมาณ ¼ ช้อนชา น้ำตาล 1-2 ช้อนชา และวาสลีน (ใส่พอให้เนื้อเหนียวข้น) สูตรนี้นอกจากจะช่วยให้ริมฝีปากนุ่ม ชุ่มชื้น และสุขภาพดีขึ้นแล้ว คุณยังจะได้กลิ่นหอม ๆ จากกาแฟแบบชื้นใจ ๆ อีกด้วยนะ แต่หากใครที่หาผงกาแฟไม่ได้ ใช้เป็นผงโกโก้แทนก็ได้นะจ๊ะ

5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.today.line.me

น้ำตาล + น้ำมะนาว

  • วิธีนี้บอกเลยว่าง่ายสุด ๆ เพียงแค่เอาน้ำตาลทรายสัก 1 ช้อนชา และบีบมะนาวเพิ่มอีก 1 ซีก คนให้เข้ากันจากนั้นนำมาขัด ๆ ถู ๆ ที่ริมฝีปากแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จแล้วจ้า
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.chillpainai.com

เกลือ + น้ำผึ้ง

  • สูตรนี้คุณสามารถกะปริมาณได้ตามความพึงพอใจ แต่อย่าให้เนื้อเหลวเป็นน้ำจนเกินไปนะ ซึ่งสูตรนี้นอกจากจะเป็นของหาง่ายแล้ว ยังเป็นสูตรที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ๆ และเติมความชุ่มชื้นให้กับปากอีกด้วย
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.howtoperfect.net

เบกกิ้งโซดา + น้ำผึ้ง

  • นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่าง อย่างละ 1 ช้อนชามาผสมให้เข้ากัน จากนั้นถูสครับที่ปากวนไปมาเบา ๆ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเสริมทัพด้วยลิปบาล์มเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับปาก เท่านี้ปากของคุณก็จะนุ่มน่าจุ๊บสุด ๆ แล้วล่ะค่ะ
5 สูตรสครับปากสุดปัง : www.naadeng.com

ผงขมิ้น + นมสด

  • ขมิ้นมีสรรพคุณที่ขึ้นชื่อในการบำรุงผิวมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะฉะนั้นแล้วขมิ้นก็สามารถนำมาสครับปากได้เช่นกัน งิธีการเพียงแค่น้ำผงขมิ้น 1 ช้อนชา มาผสมกับนมสดปริมาณ ¼ แก้ว จากนั้นนำมานวดที่ริมฝีปาก ปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ปากของคุณก็จะค่อย ๆ ชมพูขึ้นแล้วจ้า

เป็นอย่างไรบ้างคะกับสูตรสครับปากที่เอมิลี่นำมาฝาก ทั้งง่าย ทั้งประหยัด แถมยังสะดวกสุด ๆ ใช่ไหมล่ะ หากใครที่อยากให้ผิวปากดูชุ่มชื้น น่าจุ๊บ ก็รีบไปเตรียมส่วนประกอบแล้วทำตามได้เลยจ้า

ข้อมูลจาก : Thairath

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เคล็ดไม่ลับ! เขียนคิ้วยังไงให้สวยเป๊ะ เป็นธรรมชาติ

เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ เกือบจะทุกคน ต้องชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว แค่ให้เติมนั่นนิดเติมนี่หน่อยก็ช่วยสร้างความมั่นใจไปได้ทั้งวัน และอีกหนึ่งการแต่งหน้าที่เป็นปัญหาโลกแตกสำหรับสาว ๆ คือ ‘การเขียนคิ้ว’ ซึ่งบอกได้เลยนะ ว่าการเขียนคิ้วไม่ใช่เรื่องง่าย เขียนต่ำไปหน้าก็จะดูเป็นคนเศร้า เขียนโก่งไปก็ดูเหมือนคนตกใจอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การเขียนคิ้วจึงต้องอาศัยเทคนิคต่าง ๆ เข้ามาช่วย

แต่เรื่องยากจะกลายเป็นเรื่องง่ายแน่นอน ถ้าวันนี้คุณอ่านบทความของเอมจนจบ เพราะวันนี้เอมิลี่คนนี้นี่แหละ ที่จะรวบรวมเคล็ดไม่ลับที่ช่วยให้สาว ๆ เขียนคิ้วเป๊ะไม่เป็นปิงมาฝากกันค่า

วิธีเขียนคิ้วให้เป็นธรรมชาติ

กันคิ้ว

  • ก่อนการเขียนคิ้วเราก็ต้องปูพื้นฐานของคิ้วให้เป๊ะเสียก่อน ซึ่งการกันคิ้วให้ได้รูปและเป็นทรง ก็จะช่วยทำให้การเขียนคิ้วของเราง่ายขึ้น

เลือกสีคิ้วให้เหมือนกับสีผม

  • สมัยนี้แต่ละแบรนด์ก็ผลิตดินสอเขียนคิ้วเฉดสีต่าง ๆ ออกมามากมาย ลองไปเทสต์แล้วเทียบให้ใกล้เคียงกับสีผมมากที่สุด เพราะหากผมดำแล้วเลือกคิ้วสีน้ำตาลไปมันจะดูโป๊ะและไม่เป็นธรรมชาตินั่นเองค่า

ดินสอเขียนคิ้วเส้นเล็ก

  • เนื่องจากขนคิ้วเราก็เป็นเส้นเล็ก ๆ อยู่แล้ว การใช้ดินสอเส้นเล็ก ๆ จะช่วยให้ขนคิ้วเราดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ควรเล็กเกินไปนะ เพราะนอกจากจะควบคุมทิศทางยากแล้ว ยังหักง่ายอีกด้วย
เขียนคิ้วให้สวยเป๊ะ ไม่เป็นปลิง

ค่อย ๆ เขียนดีที่สุด

  • บางเติมได้ หนาลบยาก คำนี้เห็นว่าจริงสุด ๆ เพราะถ้าเราเขียนคิ้วแบบอ่อน ๆ ไว้ หากตรงไหนยังไม่เต็มก็ค่อย ๆ เติมได้ แต่ทุกคนคะถ้าคิ้วทุกคนหนาตั้งแต่แรกบอกเลยว่าแก้ยากสุด ๆ เพราะไม่ได้จะลบแค่คิ้วเท่านั้น แต่มันจะพลาดไปลบส่วนอื่น ๆ บนหน้าอีกด้วย

อยากคิ้วธรรมชาติที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นช่วยได้

  • ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นต้องเริ่มปัดตั้งแต่ส่วนกลางของคิ้วแล้วลากยาวไปที่หางคิ้ว จากนั้นเมื่อขนแปรงเริ่มอ่อนจึงค่อยมาเขียนที่หัวคิ้ว ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าหัวคิ้วต้องอ่อน ๆ ไม่อย่างนั้นคิ้วเราจะกลายเป็นเส้นหนาดูไม่ธรรมชาติ

มาสคาร่าคิ้วต้องมา!

  • การปัดมาสคาร่าคิ้วจะช่วยให้คิ้วที่เราเขียนนั้นดูเป็นเส้น และดูซอฟต์ลง สุดท้ายก็ต้องเก็บรายละเอียดรอบคิ้วให้เป๊ะด้วยคอนซีลเลอร์ หรือรองพื้น เท่านี้คิ้วของเราก็สวยเช้งได้ทั้งวันแล้วจ้า

ที่สำคัญหากใครอยากเขียนคิ้วให้เป๊ะก็ต้องหมั่นฝึกเขียนบ่อย ๆ เมื่อทำไปนาน ๆ รับรองว่าเราจะเจอรูปคิ้วที่เหมาะกับหน้า และไม่ต้องเสียเวลากับการเขียนคิ้วนาน ๆ อีกด้วยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : Women mthai

Categories
วิธีแก้ปัญหา

ผมเยิ้ม หนังศีรษะมันง่าย มีวิธีแก้ยังไงบ้างนะ ?

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ เมื่อก่อนยอมรับเลยนะว่าเป็นคนที่ผมมันง่ายมาก! วันไหนที่ไม่ได้สระผมจะรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุข ไม่อยากเจอหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นว่าผมเรามันแค่ไหน (เศร้า T^T) ใช้ยาสระผมยี่ห้อแพงแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ แต่พอนานวันเข้าเอมิลี่รู้สึกว่าไม่ได้ล่ะ ถ้าเราสระผมบ่อยแบบนี้ผมเราต้องไม่แข็งแรงแน่นอน เอมิลี่เลยตัดสินใจเปิดอากู๋เสิร์ชหาข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับคนที่เจอปัญหาเหมือนกัน จากนั้นก็ลองทำหลาย ๆ วิธีสรุปว่าเวิร์คจริง ๆ ค่ะ!

และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังเจอปัญหา ผมเยิ้ม หนังศีรษะมันง่าย และผมลีบแบนจนหมดความมั่นใจอยู่ล่ะก็ วันนี้เอมิลี่ผู้แสนดีคนนี้จะรวบรวมกลยุทธ์เด็ดในการขจัดปัญหากวนใจด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถทำเองได้ที่บ้าน หากพร้อมแล้วก็ Let’s go !!!

แก้ผมมันด้วยสูตรธรรมชาติ ภาพจาก : www.hairworldplus.com

ห้ามสระผมกับน้ำร้อนเด็ดขาด!

  • เพราะความร้อนระอุของน้ำจะยิ่งเข้าไปกระตุ้นเกล็ดผมให้เปิดแล้วยิ่งดึงความมันบนเส้นผมออกมา ทางที่ดีควรสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติจะดีที่สุดจ้า

ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคน

  • ไม่ได้ให้หลีกเลี่ยงนะคะ แต่เพื่อน ๆ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคนและน้ำมันเลย เพราะถึงแม้ว่าซิลิโคนจะช่วยให้ผมนุ่มลื่นขึ้น แต่นั่นก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมมันง่ายขึ้น และพวกครีมจัดแต่งทรงผมที่มัน ๆ ก็ควรเลิกใช้เช่นกันนะจ๊ะ

ใช้ครีมยวดแค่ปลายผม

  • ครีมนวดเป็นอีกตัวการหนึ่งที่สาว ๆ ผมมันควรหลีกเลี่ยง แต่หากเส้นผมไม่ได้รับการบำรุงเลยก็ไม่ได้ ฉะนั้นแล้วใช้ครีมนวดนวดเพียงแค่ปลายผมก็พอแล้วค่ะ

หมักผมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  • การหมักผมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเหมือนกับการขจัดสิ่งสกปรกบนเส้นผมและหนังศีรษะให้หมดจด วิธีการหมักเส้นผมก็มีหลายวิธีแต่วิธีที่เราทำบ่อย ๆ ก็จะเป็นสูตรมะนาวกับไข่ไก่ โดยจะใช้มะนาวสด 1 ลูก ผสมกับไข่ขาว 2 ฟอง จากนั้นคลุก ๆ ให้เข้ากัน ชโลมบนเส้นผมแล้วหมักไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยแชมพูแก้ผมมัน เท่านี้ผมเราก็สวยเช้งมั่นใจขึ้นแล้วค่า
หมักผมลดเพื่อลดความมัน ภาพจาก : www.posttoday.com/life/healthy/517572

ปล่อยให้ผมแห้งเอง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนในการทำให้ผมแห้ง เพราะยิ่งมีอุณหภูมิสูงมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ความมันบนหนังศีรษะออกมาเร็วเท่านั้น

หลีกเลี่ยงการหวีผมบ่อย ๆ

  • สำหรับสาว ๆ ผมมัน แค่จัดทรงผมนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ถือว่าอยู่ทรงแล้ว ฉะนั้นหลีกเลี่ยงการหวีผมบ่อย ๆ เพราะมันจะยิ่งเข้าไปดึงความมันจากเส้นผมออกมานั่นเองค่ะ

ลดทานอาหารมัน ๆ

  • เพราะยิ่งร่างกายเราสะสมไขมันมากเท่าไหร่ โอกาสที่ไขมันจะถูกขับออกมาที่บริเวณผัวหนังและหนังศีรษะก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น ฉะนั้นหันมากินอาหารที่มีประโยชน์อย่างผักและผลไม้จะดีกว่านะคะ

เปลี่ยนปลอกหมอนทุกสัปดาห์

  • หากเราใช้ปลอกหมอชิ้นเดิมเรื่อย ๆ ความมันที่สะสมอยู่บนปลอกหมอนก็จะยิ่งมาอยู่บนเส้นผมเราได้ ดังนั้นเปลี่ยนให้บ่อยจะดีที่สุดค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีที่นี่เอมใช้เป็นประจำ ขอบอกว่ามันดีมากจริง ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ คนไหนเจอปัญหาแบบนี้อยู่ก็เอาสูตรไปทำตามได้เลยน้า

ข้อมูลดี ๆ จาก : Kapook