Categories
วิธีแก้ปัญหา

แก้ไม่ยาก! ขอบตาดำ – คล้ำ ทำยังไงให้ดีขึ้น ?

มัดรวม! วิธีแก้ปัญหาขอบตา เตรียมบอกลาความคล้ำได้เลย

ปัญหาขอบตาดำ หรือขอบตาคล้ำ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญหน้าอยู่ ซึ่งเราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าปัญหานี้ส่งผลต่อเรามากขนาดไหน และถึงแม้ว่าสาว ๆ จะนอนครบ 8 – 12 ชั่วโมง แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ขอบตากระจ่างใสขึ้นมาได้เลย นั่นเป็นเพราะสาว ๆ ไม่ได้ใช้วิธีอื่น ๆ ช่วยใช่ไหมล่ะ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะวันนี้เอมิลี่มีทริคดี ๆ ที่จะช่วยให้ปัญหาขอบตาดำของสาว ๆ ดีขึ้น มาฝากกันค่ะ

ใช้ถุงชาเขียว

เอ๊ะ ๆ กำลังสงสัยล่ะสิว่าถุงชาเขียวแบบไหน ซึ่งถุงชาเขียวที่เรากำลังพูดถึงก็เป็นถุงชาที่คุณไว้สำหรับชงดื่มนั่นแหละค่ะ แต่สาเหตุที่แนะนำให้ชาเขียวคงเป็นเพราะในชาเขียวจะอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ แถมยังมีสารเทนินที่ช่วยชะลอริ้วรอยได้ด้วยอีกด้วย วิธีทำก็แสนง่ายเพียงแค่คุณนำถุงชามาชงแล้วดื่มสักแก้ว จากนั้นนำถุงชาที่ชงเสร็จแล้วมาวางให้หายร้อนสักหน่อย แล้วนำมาประคบดวงตาได้เลย

แก้ไม่ยาก! ขอบตาดำ – คล้ำ ทำยังไงให้ดีขึ้น ?

แตงกวา

แตงกวาถือเป็นอีกหนึ่งพืชผักที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์นานาประการ แต่ที่สำคัญในแตงกวาเต็มไปด้วยสารที่ให้ความชุ่มชื้นได้ โดยสาเหตุที่ทำให้ดวงตาเราคล้ำนั้นคงเป็นเพราะใต้ผิวตามีเลือดไปคั่งอยู่น่ะสิ วิธีการจัดการคือเอาความเย็นจากแตงกวาเข้าช่วยให้เลือกหดตัวลง เมื่อเลือดที่คั่งอยู่เริ่มพ่ายแพ้ไป แตงกวาก็จะแทรกซึมความชุ่มชื้นเข้าไปแทนที่ทันที

น้ำแข็งประคบ

สังเกตไหมคะว่าเมื่อเวลาเรามีแผลบวมจากอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ผู้ใหญ่มักจะแนะนำให้เราเอาความเย็นจากน้ำแข็งไปประคบไว้ เช่นเดียวกับใต้ตาเราที่กำลังบวมเพราะมีเลือดคั่งอยู่ เราก็สามารถใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้าขนหนูไปประคบไว้ได้เช่นกัน โดยวิธีนี้แนะนำให้ทำก่อนการประคบด้วยแตงกวา จะเห็นผลดีสุด ๆ ไปเลยล่ะค่ะ

ใช้อายครีมเข้าช่วย

หากสูตรธรรมชาติทำให้เห็นผลไม่ชัดเจนเท่าที่ต้องการ ลองหันไปใช้อายครีมเข้าช่วยก็ดีไม่น้อย โดยอายครีมยี่ห้อต่าง ๆ จะสามารถบำรุงผิวรอบดวงตาได้อย่างล้ำลึก ตื่นมารับรองว่าดวงตาของคุณจะต้องสดใส ไม่หมองคล้ำแน่นอน

แก้ไม่ยาก! ขอบตาดำ – คล้ำ ทำยังไงให้ดีขึ้น ?

นวดเบา ๆ ที่รอบดวงตา

สำหรับขั้นตอนนี้จะเป็นการนวดเพื่อให้เลือดที่บริเวณดวงตาได้ไหลเวียนอย่างทั่วถึง (ไม่คั่งอยู่แค่จุดในจุดหนึ่ง) สำหรับวิธีนวดก็เพียงแค่ใช้นิ้วชี้นวดจากบริเวณหัวตาไปจนถึงหางตา จากนั้นวนเป็นวงกลมอย่างสม่ำเสมอและเบามือ วิธีนี้สามารถทำควบคู่กับการทาอายครีมก็จะยิ่งเห็นผลนะคะ

มะเขือเทศ

ปิดท้ายกันด้วยมะเขือเทศลูกโตที่นอกจากจะนำไปรับประทานบำรุงสุขภาพผิวได้แล้ว ความชุ่มฉ่ำของนางนี่แหละที่ช่วยให้รอบดวงตาของคุณสดใสขึ้นได้

ทั้งหมดนี้เป็นทริคดี ๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้คุณบ๊ายบายกับขอบตาที่ดำได้เป็นอย่างดี หากใครทำแล้วเห็นผลอย่าลืมแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้รู้กันล่ะ

ข้อมูลจาก : thairath women

Categories
เครื่องสำอาง

แนะนําพาเลทตา 2021 สีปังเหมาะกับทุกลุค ราคาไม่แพง!

อายแชโดว์ ยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แรง ?

อายแชโดว์ หรือ พาเลทตา ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องสำอางที่ช่วยเนรมิตดวงตาของสาว ๆ ให้มีประกาย กลมสวย และมีมิติมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญสีสันต่าง ๆ บนพาเลทตายังช่วยให้สาว ๆ เนรมิตลุคการแต่งหน้าในแต่ละวันได้ไม่ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น สาวหวาน สาวเปรี้ยว สาวเกาหลี หรือสายฝอ บอกเลยว่านางทำให้คุณได้ทุกอย่าง แต่ทั้งนี้การใช้พาเลทตาก็มีข้อจำกัดอยู่ที่ว่า เบาได้เบา ที่สำคัญคุณต้องไล่โทนสี เลือกสีให้เข้ากับดวงตา และลุคในวันนั้นด้วยนะ เพราะจากปังจะกลายเป็นโป๊ะเอาซะดื้อ ๆ วันนี้เรามีพาเลทตาโทนสีสวย ๆ มาฝากทุกคนกัน พร้อมแล้วไปดูเลยจ้า

KATE BROWN SHADE EYES

ราคาประมาณ 490 บาท 

KATE BROWN SHADE EYES

มาเริ่มกันที่พาเลทชิ้นแรก สำหรับตลับนี้เป็นไซส์ขนาดมินิก็จริงแต่ความปังบอกเลยว่าอลังการสุด ๆ มีให้เลือกทั้งหมด 6 เฉดสี แต่ละช่องก็มีเม็ดสีแน่นเว่อร์ ไม่มีผงร่วงให้กวนใจ มาพร้อมกับแปรง 2 หัวขนาดกำลังดี ใช้งานง่าย เหมาะมากกับการพกเติมระหว่างวัน

NYX PROFESSIONAL Ultimate Shadow Palette

ราคาประมาณ 499 บาท

NYX PROFESSIONAL Ultimate Shadow Palette

จัดหนักจัดเต็มกับพาเลทตาจัดเต็มถึง 16 สี มีตั้งแต่สีอ่อน สีกลาง สีเข้ม ไปจนถึงสีสำหรับการไฮไลท์ เนื้อจะมีความเป็นแมทช์กึ่ง ๆ ชิมเมอร์ สัมผัสนุ่มแบบกำมะหยี่ ธรรมชาติ ไม่โป๊ะ ถือว่าเหมาะมาก ๆ สำหรับการแต่งหน้าในทุก ๆ วัน แต่หากใครที่อยากออกงานแบบเริส ๆ แนะนำให้ปาดซ้ำและเบลนด์อีกครั้ง รับรองว่าดี๊ดี แต่ข้อเสียของนางคือไม่มีแปรงให้นะ

URBAN DECAY Naked3 Eyeshadow Palette

ราคาประมาณ 2,400 บาท

URBAN DECAY Naked3 Eyeshadow Palette

มาถึงตัวนี้แม้ว่าราคาจะแอบแรงอยู่หน่อย แต่เมื่อเทียบกับโทนสีที่มีความใช้ง่ายแล้วถือว่านางสอบผ่านอยู่นะ เนื้อสีมีความกำมะหยี่ เกลี่ยง่าย ติดทนทาน มีให้เลือกทั้งหมด 12 เฉดสี จะหวานกรุบหรือแซ่บจี๊ดก็ทำได้หมด มาพร้อมกับกระจกขนาดใหญ่และแปรงแต่งตา 2 หัว คุ้มค่ากับราคาแล้วไหมล่ะ ?

ETUDE HOUSE Play Color Eyes Peach Farm

ราคาประมาณ 970 บาท

ETUDE HOUSE Play Color Eyes Peach Farm

พาเลทตาที่ไม่ได้มีดีแค่แพ็กเกจจิ้งที่น่ารักเท่านั้น แต่นางยังมาพร้อมกับสีธีมผลไม้หวาน ๆ ต้อนรับซัมเมอร์นี้ได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ มีทั้งสีโทนน้ำตาล สีส้ม สีชมพู พร้อมด้วยชิมเมอร์กรุบ ๆ เหมาะกับทุกสีผิว แถมเนื้อของนางก็ยังนุ่ม กันน้ำกันเหงื่อได้ดี แม้ว่าจะมีผงร่วงลงมาบ้างเล็กน้อยแต่ก็พอรับได้อยู่นะ

MAYBELLINE NEW YORK The Blushed Nudes Eyeshadow Palette

ราคาประมาณ 550 บาท

MAYBELLINE NEW YORK The Blushed Nudes Eyeshadow Palette

 ปิดท้ายกันแบบสวย ๆ ด้วยพาเลทตาโทนสีนู้ดชมพูและน้ำตาล ที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เนื้อมีความเนียนนี เม็ดสีปานกลางอาจจะต้องมีทาย้ำบ้าง แต่หากพูดถึงความสวยของสีนางก็ไม่เป็นสองรองใครเลยค่ะ แถมราคาก็ยังน่าคบหาอีกด้วย ใครที่ไม่ซีเรียสกับข้อเสียที่กล่าวมาเท่าไหร่ ตลับนี้แหละเริส!

ข้อมูล : mybest

Categories
เครื่องสำอาง

รีวิวลิปบาร์มบำรุงปาก ใช้แล้วปากเนียนนุ่มอมชมพู น่าสัมผัส

เลือกลิปบาร์มบำรุงปาก ยี่ห้อไหนดี ?

การมีปากที่เนียนนุ่ม อมชมพู นอกจากจะทำให้ดูน่าจุ๊บสุด ๆ แล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าของเราดูสุขภาพดีไม่ป่วยอีกด้วย ซึ่งการมีผิวปากที่เนียนนุ่มนอกจากคุณต้องหมั่นสครับผิวปาก เหมือนกับการสครับผิวแล้ว การบำรุงปากด้วยการทาลิปบาร์ม หรือ ลิปมัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ห้ามลืมเด็ดขาด เพราะในลิปบาร์มมีสารที่ช่วยบำรุงผิวปาก และช่วยให้ผิวปากนุ่มชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านตลอดเวลาอีกด้วย วันนี้เราเลยมาเปิดกรุลิปบาร์มตัวเด็ดมาฝากทุกคนกัน รับรองว่าแต่ละยี่ห้อดี๊ดีคุ้มค่ากับราคาแน่นอน

Vaseline Lip Therapy Rosy

Vaseline Lip Therapy Rosy

มาเริ่มกันที่ตัวแรกกับลิปบาร์มราคาเบา ๆ คุณภาพดีจากวาสลีน สำหรับรุ่นนี้นอกจากจะมีความอ่อน ๆ จากกุหลาบแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น แถมยังใช้ได้กับทุกจุดของร่างกายที่มีความแห้งกร้านได้ด้วยนะ แอบกระซิบหน่อยว่ารุ่นนี้มีความทาปากแล้วชมพูเบา ๆ เหมาะกับวันสบาย ๆ ที่ไม่อยากแต่งหน้าเลยล่ะ

Kiehl’s Lip Balm

Kiehl’s Lip Balm

ลิปบาร์มคุณภาพดีที่ส่งตรงมาจาก USA เหมาะกับคนที่มีปัญหาปากที่แห้งมาก และแตกทุกครั้งเมื่อมีอากาศหนาว ๆ เพราะเจ้าตัวนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาต่าง ๆ ได้ดีสุด ๆ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินที่มอบความชุ่มชื้นให้กับปากของคุณอีกด้วย เนื้อสัมผัสมีความนุ่ม ไม่หนักปาก ไม่เยิ้มด้วยน้า

Burt’s Bees Beeswax Lip Balm

Burt’s Bees Beeswax Lip Balm

ลิปบาร์มที่มาจากสารสกัดธรรมชาติและส่วนผสมของขี้ผึ้งแท้ 100% มีมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยบำรุงผิวปากแบบพิเศษ ทั้งยังอุมดมไปด้วยวิตามินอี และมีกลิ่นหอมของเปเปอร์มิ้นต์อ่อน ๆ ไม่มีสีสัน เหมาะกับกับการทาบำรุงก่อนแต่งหน้า ทาระหว่างวัน และก่อนนอนจริง ๆ เลย

Lucas Papaw Ointment

Lucas Papaw Ointment

อีกหนึ่งลิปบาร์มคุณภาพดีที่ไม่ได้เข้ามาช่วยบำรุงปากที่ลอกเป็นขุยเพียงอย่างเดียว แต่น้องแท่งนี้ยังมีประโยชน์อีกนานาประการ อาทิ บำรุงใต้ตา บำรุงผิว ลดอาการอักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อ แถมยังทาที่แผลแล้วยังไม่รู้สึกแสบอีกด้วย

Innisfree Glow tint lip balm

Innisfree Glow tint lip balm

สำหรับลิปบาร์มยี่ห้อนี้จะมาพร้อมกับส่วนผสมธรรมชาติ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยลดปัญหาริมฝีปากทั้งรอยแตก ลอก และความแห้ง มีสีให้เลือกเยอะมากกกก ทั้งสีชมพู, แดง และส้ม เหมาะกับทุกลุคทุกสไตล์ไปเลยจ่ะแม่ แถมยังมีความระเรื่อนิด ๆ ให้ความสาวสุขภาพดีสุด ๆ

Himalaya Herbals lip balm

Himalaya Herbals lip balm

สำหรับแบรนด์นี้นอกจากครีมทาใต้ตานางจะปังแล้ว ลิปบาร์มของนางก็เอาไปอีก 10 กะโหลก โดยจุดเด่นแบรนด์นี้แน่นอนเลยว่าอยู่ที่สารสกัดจากสมุนไพรหลายชนิด ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบรรเทาอาการอักเสบได้ด้วย เนื้อลิปมีความเจล ไม่มีสี กลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ เหมาะกับเติมระหว่างวันมากค่า

ทั้งหมดนี้เป็นกรุลิปบาร์มคุณภาพดีที่เรานำมาฝาก ใครชอบรุ่นไหนยี่ห้อไหนบอกเลยว่าต้องมีติดตัวนะ ใครใช้ตัวไหนแล้วเห็นผลอย่าลืมมาแชร์ผลลัพธ์ให้ชื่นใจนะคะ

Categories
วิธีแก้ปัญหา

แนะทริคเด็ด! แก้ปัญหารอยแตกลายให้ดีขึ้นได้ ไม่ยาก

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

ปัญหารอยแตกลายตามแขนและขา นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่มักจะมากวนใจสาว ๆ อยู่เสมอ ซึ่งหลายคนถึงขั้นไม่กล้าใส่เสื้อเอวลอย กางเกงขาสั้น หรือชุดที่เผยให้เห็นถึงต้นแขน นั่นก็เป็นเพราะว่าบริเวณเหล่านั้นมักจะมีริ้วรอยแตกที่เห็นได้ชัดปรากฏอยู่ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เรามีทริคดี ๆ ที่ช่วยให้รอยแตกลายของสาว ๆ จางลงได้มาฝากกันค่ะ

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

การดื่มน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างเลยก็ว่าได้ ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้วนั้น นอกจากจะช่วยในเรื่องระบบภายในได้ดีแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณของเราชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

น้ำมันมะกอกช่วยได้

น้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติเด่นที่ช่วยทั้งในเรื่องของเส้นผมและผิวพรรณ โดยน้ำมันมะกอกจะมีฤทธิ์ที่เหมาะจะเป็นมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับการบำรุงผิว ซึ่งวิธีการก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่คุณนำน้ำมันมะกอกเข้าไมโครเวฟให้พออุ่น จากนั้นก็ค่อย ๆ ทาลงบริเวณที่มีรอยแตกลาย แล้วลากออกด้วยน้ำสะอาด ความอุ่นของนางนี่แหละที่ช่วยให้ผิวของเราไม่แห้งกร้าน

มันฝรั่งของโปรด

อ่านไม่ผิดเลยค่า มันฝรั่งที่เราไว้ใช้ทำเมนูสุดโปรดตั่ง ๆ นี่แหละ ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยปราบรอยแตกลาย วิธีการก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ตัดมันฝรั่งเป็นชิ้นหนา ๆ จากนั้นก็นำมาถูตรงบริเวณที่มีรอยแตกลายประมาณ 3-5 นาที แล้วปล่อยให้น้ำมันฝรั่งค่อย ๆ ซึมลงผิวแล้วปิดท้ายด้วยการล้างออกก็เป็นอันเสร็จแล้ว

ว่านหางจระเข้

อย่างที่ทราบกันนะว่าเจ้าว่านหางจระเข้มักถูกนำมาเป็นตัวสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว ที่สำคัญยังทำง่ายมาก ๆ เพียงนำว่านหาง (แนะนำว่าต้นสดๆ) มาถูบริเวณรอยแตก แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เท่านี้ผิวที่เป็นรอยแตกก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นแล้ว ที่สำคัญยังทำเป็นประจำทุกวันได้ด้วย ไม่ระคายเคืองผิวแน่นอน

แนะนำวิธีลดรอยแตกลายด้วยสูตรธรรมชาติ

ไข่ขาว

ในไข่ขาวจะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยให้เซลล์ผิวของเราได้รับการฟื้นฟู ซึ่งขั้นตอนนี้เพียงแค่คุณแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว จากนั้นใช้แปรงขนนุ่ม หรือจะเป็นนิ้วมือก็ได้ปาดไข่ขาวมาทาบริเวณรอยแตก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที (จนกว่าจะแห้ง) จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นได้เลย

เลม่อน

ปิดท้ายกันที่น้ำเลม่อน ซึ่งในน้ำเลม่อนจะมีความเป็นกรดที่เป็นสิ่งที่ทำให้รอยแตกรวมไปถึงแผลต่าง ๆ ดูจางลงได้ ซึ่งวิธีการทำคือหั่นเลม่อนครึ่งลูกจากนั้นนำมาถูบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ทำสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะกับวิธีธรรมชาติในการลดรอยแตกลายที่เรานำมาฝาก ข้อสำคัญคือสาว ๆ ต้องหมั่นทำเป็นประจำนะถึงจะเห็นผลได้ชัด ผลลัพธ์เป็นยังไงอย่าลืมมาอัปเดตนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : Sanook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

รู้ไว้ใช่ว่า แท้จริงแล้วกลิ่นกายเกิดจากอะไรกันแน่ ?

ใครกำลังเจอกับปัญหากลิ่นตัวแรงกว่าอื่น ๆ บ้างไหมคะ ? ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เซ้นซิทีฟเอามาก ๆ เพราะการมีกลิ่นตัวนอกจากจะทำให้คนข้าง ๆ มองแรงแล้ว ตัวเราเองก็ยังไม่มั่นใจมาก ๆ อีกด้วย โดยเรื่องนี้ถือเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจให้กลิ่นตัวมันเกินลิมิตกว่าคนทั่วไป แต่ด้วยอากาศในบ้านเราที่ร้อนแบบสุด ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันอาจจะมีกลิ่นหลุดรอดวงแขนออกมาได้ โดยวันนี้เอมิลี่มีเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวที่แรงกว่าคนทั่วไปมาฝากกันค่ะ

เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

การไม่รักษาความสะอาด

  • เหตุผลแรกของคนที่มีกลิ่นตัว มักเกิดจากการไม่รักษาความสะอาด หรือปล่อยให้บริเวณจุดลับต่าง ๆ มีขน ที่ส่งผลต่อความอับชื้นได้

น้ำหนักเกินมาตรฐาน

  • โดยส่วนใหญ่แล้วหากคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ตรงบริเวณต่าง ๆ อาทิ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ ฯลฯ มักจะผลิตเหงื่อออกมามากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวตามมาตรฐาน แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าคนน้ำหนักเยอะทุกคนจะมีกลิ่นตัวนะคะ เพราะคนผอมบางคนก็สามารถเกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน

รับประทานอาหารรสจัด

  • การรับประทานอาหารรสจัดนอกจากจะทำให้เหงื่อออกเยอะกว่าคนที่ไม่ทานแล้ว การรับประทานอาหารประเภท หัวหอม กระเทียม หอมแดง หรืออาหารที่มีเครื่องเทศแบบจัด ๆ ยังส่งผลทำให้กลิ่นที่ออกมาไม่พึงประสงค์อีกด้วย
เปิด! เหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนอื่น

รับประทานของทอด – ของมัน

  • ซึ่งเหตุผลนี้นอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้แล้ว ผู้ที่รับประทานอาหารประเภทนี้บ่อย ๆ มันยังเข้าไปกระตุ้นการทำงานที่บริเวณจุดลับของเราอกด้วยนะ

ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย

  • ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ โดยคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ อาจจะไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ว ตัวเองเป็นคนมีกลิ่นตัว ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะต่อให้คุณไม่มีกลิ่นตัวแต่มันก็สามารถสร้างความมั่นใจที่จะพบปะคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นให้เหมาะกับสภาพวงแขนของตัวเองด้วยนะคะ

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้คุณอาจมีกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์มากกว่าคนอื่น ๆ หากใครที่มีกลิ่นกายก็ค่อย ๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างไปเรื่อย ๆ รับรองว่าต่อไปคุณจะต้องมีกลิ่นกายที่หอมสดชื่น และน่าสัมผัสมากขึ้นแน่นอนเลย เป็นกำลังใจให้ทุกคนน้า

ข้อมูลจาก : Sanook

Categories
วิธีแก้ปัญหา

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

เทคนิคง่าย ๆ ใส่แมสก์อย่างไรให้ใบหน้าไร้สิว  

เชื้อโควิด-19 ในตอนนี้บอกเลยว่าน่ากลัวสุด ๆ จะออกไปไหนแต่ละครั้งก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย ต้องขยันล้างมือบ่อย ๆ แถมยังไม่ได้ปาร์ตี้สังสรรกับเหล่าเพื่อนสาวอีกด้วย คิดแล้วก็เศร้าใจจริง ๆ แหละค่ะ แต่จะทำยังไงได้หากต้องการห่างไกลจากโรคร้าย เราเองก็จำเป็นจะต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุดใช่ไหมล่ะ

แต่เรื่องการล้างมือหรือการเว้นระยะห่างทางสังคมก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจและทำตามได้อย่างไม่ติดขัด แต่จะติดตรงเรื่องเดียวก็ตรงการใส่หน้ากากอนามัยนี่แหละ เพราะการใส่หน้ากากอนามัยนอกจากจะทำให้บดบังใบหน้าสวย ๆ ของเราแล้ว บางคนยังถึงขั้นแพ้เหงื่อ แพ้ความอับชื้น จนทำให้หน้าเริ่มมีสิวเม็ดเป้งขึ้นมา!

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เราได้รวบรวมทริคดี ๆ ที่จะช่วยให้ใบหน้าของสาว ๆ ห่างไกลจากสิวเมื่อต้องใส่แมสก์เป็นประจำมาฝาก รับรองว่าห่างไกลทั้งโรคห่างไกลทั้งสิวเลยค่ะ

ทริคง่าย ๆ ช่วยคุณห่างไกลจากสิวหลังใส่แมสก์

1. เลือกขนาดของหน้ากากอนามัยให้มีความพอดีกับใบหน้า ข้อสำคัญคือห้ามเลือกแบบรัด ๆ เด็ดขาด เพราะจะทำให้ใบหน้าอับชื้น และไม่มีอากาศถ่ายเท

2. รักษาความสะอาดของหน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ทางที่ดีควรนำแมสก์ใส่ในถุงพลาสติก หรือถุงซิปล็อคเพื่อป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรีย  

3. ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยวันละ 2 เวลา เพื่อป้องกันไม่ให้หน้ากากอับชื้น ที่สำคัญห้ามนำหน้ากากแผ่นเก่ามาใส่เด็ดขาด

4. เลือกซื้อหน้ากากอนามัยที่มีความอ่อนโยนต่อผิว เพื่อเป็นการลดการเสียดสีของผิวหน้า

5. หากอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยควรถอดหน้ากากอนามัยออก เพื่อให้ใบหน้าได้ระบายความอับชื้น และก่อนการสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้งต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าไปสู่ใบหน้า แต่ที่สำคัญคือห้ามถอดในที่ชุมชนแออัดเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

สาว ๆ ฟังด่วน! How to ใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรไม่ให้เป็นสิว ?

6. ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง หรือหากใครที่แต่งหน้าก็ควรเลือกใช้คลีนเซอร์เช็ดทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดก่อนการล้างหน้า เพราะลำพังเพียงแค่โฟมล้างหน้าคงเอาสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไม่หมด ดังนั้นสาว ๆ ต้องขยันล้างหน้าหน่อยนะคะ

7. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีที่จะเข้าไปกระตุ้นการระคายเคือง ซึ่งโดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะเหมาะมาก ๆ อยู่แล้วกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ดังนั้นใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแรง ๆ อยู่ งดได้งดนะคะ

8. ควรแต่งหน้าแบบบาง ๆ หรือโนเมคอัพไปเลยก็ยิ่งดีค่ะ เพราะการแต่งหน้านอกจากจะเป็นต้นตอของปัญหาสิวแล้ว เมื่อเราสวมหน้ากากอนามัยทับลงไปก็อาจจะก่อให้เกิดการหมักหมม และนำไปสู่สาเหตุของการเกิดสิวเม็ดเป้งได้

ทั้งหมดนี้เป็นทริคดี ๆ ที่จะช่วยลดปัญหาสิวของสาว ๆ ที่ต้องสวมใส่แมสก์เป็นประจำแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากใครที่ทำตามทริคที่เราแนะนำ รับรองว่าผิวหน้าของสาว ๆ จะต้องกลับมาเนียนใสไร้สิวอีกแน่นอน

ข้อมูลจาก : BSL